พม. ลุยจัดระเบียบสถานดูแลผู้สูงวัยทั่วไทย ยันสิทธิมนุษยชนต้องมาก่อน เร่งฟื้นฟูสุขภาพจิตและประสานส่งกลับอุ่นไอรักในครอบครัว
วันนี้ (7 ต.ค. 69) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ขยับขับเคลื่อนมาตรการด่วนเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพประชาชนอย่างทันท่วงที หลังปรากฏข่าวความขัดแย้งในครอบครัวและการส่งตัวผู้สูงอายุเข้ารับการดูแลในสถานดูแลเอกชนโดยอาจขัดต่อความสมัครใจของเจ้าตัว
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า กระทรวง พม. มีความห่วงใยและมุ่งมั่นในการคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยไม่ได้นิ่งเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้สั่งการด่วนไปยังทีม พม.จังหวัด ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ให้เร่งลงพื้นที่สำรวจและตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัย การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการทุกคน
นอกจากนี้ ในระยะยาว กระทรวง พม. เตรียมยกระดับระบบการดูแลสุขภาพจิตภายในสถานดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการในสังกัด พม. ควบคู่ไปกับการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มจำนวนบุคลากรให้เพียงพอต่อการรองรับโครงสร้างประชากรผู้สูงวัยอย่างยั่งยืน
เผยผลคัดกรองเบื้องต้นศูนย์ดูแลฯ กาญจนบุรี พบผู้ใช้บริการ 104 ราย
สำหรับความคืบหน้าในการลงพื้นที่ตรวจสอบเฉพาะกรณีในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลเบื้องต้นพบผู้ใช้บริการภายในสถานดูแลดังกล่าวรวมทั้งสิ้น 104 ราย
ในการนี้ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ได้ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับอธิบดีกรมสุขภาพจิต โดยนำทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเข้าประเมินสภาพร่างกายและจิตใจอย่างละเอียด พร้อมทำการคัดกรองผู้ป่วยที่อยู่ภายในศูนย์ดูแล เพื่อนำข้อมูลไปวางแผนการรักษาและการดูแลตามแนวทางทางการแพทย์อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป
พม.กาญจนบุรี จำแนกกลุ่มเป้าหมาย เร่งช่วยเหลือผู้สูงอายุ 25 ราย
ด้านการช่วยเหลือในส่วนของกระทรวง พม. ทีม พม.จังหวัดกาญจนบุรี ได้ลงพื้นที่ดำเนินการช่วยเหลือและคุ้มครองสวัสดิภาพผู้ใช้บริการที่ผ่านการคัดกรองเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจำแนกออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้
1. กลุ่มผู้สูงอายุ (จำนวน 25 ราย)
- มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 2 ราย
- มีภูมิลำเนาอยู่ในต่างจังหวัด จำนวน 23 ราย
2. กลุ่มผู้ใช้บริการอื่นๆ (จำนวน 79 ราย)
- เป็นบุคคลที่ไม่อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ และขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการประเมินสภาพสุขภาพจิตโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เปิด 3 แผนปฏิบัติการเร่งด่วน พม. คุ้มครองสิทธิ-ส่งกลับอุ่นไอรักในครอบครัว
เพื่อแก้ไขปัญหาและวางแนวทางช่วยเหลือผู้ใช้บริการอย่างเป็นระบบ รมว.พม. ได้วางแผนการทำงานร่วมกันผ่าน 3 มาตรการเร่งด่วน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้รับบริการทุกราย ดังนี้
1. รองรับกลุ่มไร้ญาติ เข้าสถานอุปการะของรัฐเป็นการชั่วคราว
ในกรณีที่ผู้ขอรับบริการไม่มีญาติ ครอบครัว หรือไม่สามารถกลับไปพักอาศัยกับครอบครัวได้ กระทรวง พม. ได้เตรียมความพร้อมในการประสานงานส่งตัวเข้ารับการอุปการะดูแลในสถานรองรับของรัฐที่เหมาะสมเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ได้รับคุ้มครองสวัสดิภาพ ความปลอดภัย และการดูแลขั้นพื้นฐานตามหลักสิทธิมนุษยชน
2. ฟื้นฟูสัมพันธ์และติดตามผลการคืนสู่ครอบครัว
สำหรับผู้ขอรับบริการที่มีความพร้อมและสามารถกลับไปพักอาศัยอยู่กับครอบครัวได้ กระทรวง พม. จะดำเนินการประสานงานกับญาติ พร้อมทั้งจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าติดตามผลการช่วยเหลือร่วมกับครอบครัวอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้สูงอายุจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตอย่างอบอุ่น ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีร่วมกับครอบครัว
3. บูรณาการ พมจ. ทั่วประเทศ ส่งต่อเคสดูแลถึงภูมิลำเนา
กรณีที่ผู้ขอรับบริการมีภูมิลำเนาหรือครอบครัวอาศัยอยู่ในต่างจังหวัด กระทรวง พม. จะใช้นโยบายการทำงานแบบไร้รอยต่อ โดยประสานงานกับ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน ประเมินความพร้อมของครอบครัว และติดตามดูแลคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่องหลังการส่งตัวกลับ
สรุปการยกระดับมาตรฐานศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในไทย
การสั่งการด่วนของ นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจของรัฐบาลและกระทรวง พม. ที่จะไม่ละเลยปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวและการละเมิดสิทธิผู้สูงอายุ การบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวง พม. และกระทรวงสาธารณสุข ทั้งในด้านการตรวจมาตรฐานศูนย์ดูแลเอกชน การคัดกรองสุขภาพจิต และการวางระบบช่วยเหลือรายบุคคล จึงเป็นก้าวสำคัญในการจัดทำระบบคุ้มครองสวัสดิภาพสังคม เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยก้าวสู่ "สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์" อย่างมั่นคง ปลอดภัย และมีศักดิ์ศรี





