สทนช. ประกาศเตือนด่วน! เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณน้ำทะลักเกินความจุแตะ 110% เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งตลอดสาย ชุมชนท้ายเขื่อนยกของขึ้นที่สูงด่วน
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกมารายงานและสรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำทั่วประเทศไทย ประจำวันที่ 6 ตุลาคม 2569 พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศให้เตรียมความพร้อมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวน ฝนตกหนักถึงหนักมาก ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก ตลอดจนเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักและอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำสูงเกินเกณฑ์ความจุเก็บกัก
สรุปปริมาณฝนสูงสุดรายภาค (ข้อมูล ณ วันที่ 6 ต.ค. 69)
จากการติดตามปริมาณฝนตกสะสมตลอดช่วงที่ผ่านมา พบว่าพื้นที่ที่มีฝนตกหนักที่สุดในแต่ละภาค ได้แก่
- ภาคใต้: จ.ปัตตานี วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ถึง 192 มิลลิเมตร
- ภาคเหนือ: จ.แม่ฮ่องสอน วัดได้ 132 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันตก: จ.กาญจนบุรี วัดได้ 119 มิลลิเมตร
- ภาคกลาง: กรุงเทพมหานคร วัดได้ 106 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันออก: จ.ตราด วัดได้ 87 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จ.ชัยภูมิ วัดได้ 83 มิลลิเมตร
พยากรณ์อากาศและคาดการณ์ฝน (6 - 8 ต.ค. 69)
สถานการณ์วันนี้ (6 ต.ค. 69)
พื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน กำลังเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่ ร่วมกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
คาดการณ์แนวโน้ม (ช่วงวันที่ 7 - 8 ต.ค. 69)
ประเทศไทยตอนบนยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศยังคงแปรปรวนต่อเนื่อง จะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก ในขณะที่ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา (ข้อมูล ณ วันที่ 6 ต.ค. 69 เวลา 06.00 น.)
ภาพรวมระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบนมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังการระบายน้ำบริเวณตอนล่างอย่างใกล้ชิด
- สถานี P.17 (อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์) ระดับน้ำปัจจุบันอยู่ที่ 35.18 ม.รทก. ซึ่งต่ำกว่าตลิ่ง 3.07 เมตร และมีแนวโน้มลดลง
- สถานี N.67 (อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์) ระดับน้ำปัจจุบันอยู่ที่ 25.96 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 2.25 เมตร มีแนวโน้มลดลง
- สถานี C.2 (อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์) มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,951 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำอยู่ที่ 22.60 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 3.10 เมตร
การบริหารจัดการน้ำเขื่อนเจ้าพระยา
ปัจจุบันมีการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่อัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +16.88 ม.รทก. และระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ +15.93 ม.รทก. ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังคงต้องเฝ้าระวังระดับน้ำล้นตลิ่ง
สทนช. ออกประกาศฉบับที่ 9/2569 แจ้งเตือนภัย 4 ด้าน (5 – 7 ต.ค. 69)
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้ออกประกาศแจ้งเตือน ฉบับที่ 9/2569 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 5 - 7 ตุลาคม 2569 โดยครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงดังนี้
1. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม
- ภาคเหนือ เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์, นครสวรรค์ และอุทัยธานี
- ภาคกลาง ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- ภาคตะวันออก ฉะเชิงเทรา, นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด
- ภาคตะวันตก กาญจนบุรี, เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
- ภาคใต้ ชุมพร, ระนอง, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง, พัทลุง, สตูล, สงขลา, ยะลา, ปัตตานี และนราธิวาส
2. เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก
ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำ มากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก เพื่อบริหารจัดการน้ำไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ
3. เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและน้ำล้นตลิ่ง
เฝ้าระวังแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาในพื้นที่ลุ่มต่ำ ดังนี้
- ภาคเหนือ และ ภาคกลาง แม่น้ำปิง (กำแพงเพชร), แม่น้ำสะแกกรัง (อุทัยธานี), แม่น้ำแควน้อย (พิษณุโลก), แม่น้ำป่าสัก (เพชรบูรณ์ และ สระบุรี), แม่น้ำท่าจีน (นครปฐม)
- ภาคตะวันออก แม่น้ำนครนายก (นครนายก), แม่น้ำปราจีนบุรี (ปราจีนบุรี), คลองพระสะทึงและคลองพระปรง (สระแก้ว), แม่น้ำจันทบุรี (จันทบุรี), แม่น้ำตราด (ตราด)
- ภาคตะวันตก แม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแควใหญ่ (กาญจนบุรี), คลองบางสะพาน (ประจวบคีรีขันธ์)
- ภาคใต้ แม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก (นราธิวาส)
รายงานสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา
สำหรับปริมาณน้ำกักเก็บใน 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ล่าสุดมีรายละเอียดดังนี้
- เขื่อนภูมิพล ปริมาณน้ำ 9,097 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 68% ของความจุ
- เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณน้ำ 7,678 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 81% ของความจุ (เกินเกณฑ์ 80%)
- เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ปริมาณน้ำ 719 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 77% ของความจุ
- เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณน้ำ 957 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 110% ของความจุ (เกินความจุเก็บกัก)
จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำเกินความจุเก็บกักอยู่ที่ 110% และ เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำสูงถึง 81% ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มอ่างเก็บน้ำที่ต้องเฝ้าระวังการระบายน้ำอย่างใกล้ชิด
ข้อแนะนำสำหรับประชาชน
- ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยควรติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) อย่างสม่ำเสมอ
- ยกของขึ้นที่สูง พื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำและพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก ควรยกของสะสมและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำล้นตลิ่ง
- ระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง และระวังอันตรายจากลมกระโชกแรงและลูกเห็บตก





