วันอังคาร ที่ 6 ตุลาคม 2569

Login
Login

ภาคใต้รับมือฝนตกหนัก 6-13 ต.ค. 69 เฝ้าระวังขั้นสูงสุด 14 จังหวัด

ภาคใต้เตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก 6-13 ต.ค. 69 รัฐยกระดับเฝ้าระวังขั้นสูงสุด 14 จังหวัด เตือนเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

วันนี้ (6 ต.ค. 69) รัฐบาลยกระดับมาตรการเฝ้าระวังภัยพิบัติขั้นสูงสุด เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ภาคใต้ ตามการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ระหว่างวันที่ 6-13 ตุลาคม 2569 โดยผนึกกำลังบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กองทัพภาคที่ 4 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน 14 จังหวัดภาคใต้ เพื่อวางแนวทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแบบบูรณาการ ไร้รอยต่อ และเข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็วที่สุด

รัฐบาลห่วงใยประชาชน สั่งการเตรียมพร้อมขั้นสูงสุดรับมือฝนตกหนักภาคใต้

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคใต้ ครั้งที่ 2/2569 ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยมีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

นอกจากนี้ การประชุมยังได้เชื่อมโยงผ่านระบบประชุมทางไกล (Video Conference System) ร่วมกับแม่ทัพภาคที่ 4, ผู้ว่าราชการจังหวัด, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด, รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (รอง ผอ.รมน.จังหวัด) และตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครอบคลุมพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ เพื่อร่วมกันกำหนดกรอบแนวทางและแผนเผชิญเหตุในการรับมือกับสภาพอากาศที่กำลังแปรปรวน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เน้นย้ำในที่ประชุมว่า รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยอุทกภัยทั่วประเทศเป็นอย่างยิ่ง โดยมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประเมินข้อมูลแบบวันต่อวัน พร้อมกำชับให้ทุกฝ่ายเร่งระดมสรรพกำลัง เครื่องมือ และกำลังพล เพื่อเข้าช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้อย่างทันท่วงทีและทั่วถึง

"พื้นที่ภาคใต้กำลังเข้าสู่ช่วงฝนตกหนักถึงหนักมากและมีคลื่นลมแรง ระหว่างวันที่ 6-13 ตุลาคมนี้ การบูรณาการข้อมูลชุดเดียวกันระหว่างหน่วยงานถือเป็นหัวใจสำคัญในการวางแผนเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด ทุกจังหวัดต้องมีแผนเผชิญเหตุที่แบ่งภารกิจชัดเจน เพื่อให้การปฏิบัติงานร่วมกันมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด" นายพิพัฒน์ กล่าว

เปิด 5 มาตรการเข้ม บูรณาการการทำงาน 14 จังหวัดภาคใต้

เพื่อความพร้อมในการบริหารจัดการน้ำและรับมือภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ นายพิพัฒน์ได้มอบหมายแนวทางปฏิบัติสำคัญแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่ ดังนี้

  1. รายงานสถิติปริมาณน้ำฝนรายวัน ติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำอย่างแม่นยำ เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที
  2. กำหนดจุดจอดรถฉุกเฉินพร้อมพิกัด (GPS) ที่ชัดเจน ป้องกันการจอดรถกีดขวางทางเส้นทางจราจร เพื่อให้เจ้าหน้าที่และรถฉุกเฉินสามารถเดินทางเข้าพื้นที่ช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว
  3. การจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวและสิ่งของอุปโภคบริโภค จัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัย อาหาร น้ำดื่ม เครื่องสวมใส่ และยารักษาโรคให้เพียงพอต่อความต้องการ
  4. สุขาสำรองและการสุขาภิบาล จัดเตรียมห้องน้ำและระบบสุขาภิบาลสำรอง เพื่อป้องกันปัญหาด้านสาธารณสุข โรคระบาด และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ศูนย์พักพิง
  5. การขอสนับสนุนกำลังพลและเครื่องจักรกล แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ขณะที่กระทรวงคมนาคมพร้อมส่งเครื่องจักรกลหนักเข้าช่วยเหลือทันที โดยมีนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นศูนย์กลางการประสานงานและรวบรวมข้อมูล

มหาดไทย กำชับเร่งประกาศเขตภัยพิบัติ และส่งต่อข้อมูลศูนย์อพยพถึงมือประชาชน

ด้านนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำถึงบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้ว่าราชการจังหวัดในการทำงานใกล้ชิดกับประชาชน โดยขอให้เร่งรัดกระบวนการทางกฎหมายเกี่ยวกับการประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติอย่างทันท่วงที

  • การประกาศเขตภัยพิบัติอย่างรวดเร็ว หากสถานการณ์เข้าเกณฑ์ตามระเบียบกฎหมาย ขอให้เร่งดำเนินการประกาศภัยทันที เพื่อนำงบทดลองราชการมาใช้แก้ไขสถานการณ์ ฉุกเฉิน ซื้อสิ่งของอุปโภคบริโภค จัดหาวัตถุดิบประกอบอาหาร และว่าจ้างเครื่องจักรกลของภาคเอกชนเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันเวลา
  • การกระจายข้อมูลข่าวสารเชิงรุก เน้นย้ำว่าการเตรียมข้อมูลจุดอพยพ จุดจอดรถ และศูนย์ช่วยเหลือต่างๆ จะเกิดประโยชน์สูงสุดก็ต่อเมื่อข่าวสารเหล่านั้นถูกส่งไปถึงมือประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง ผ่านช่องทางสื่อสารทุกรูปแบบ เพื่อให้ประชาชนเตรียมความพร้อมและอพยพได้อย่างปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนเส้นทางฝนตกหนักภาคใต้ 6–14 ต.ค. 69

ผู้แทนกรมอุตุนิยมวิทยาได้รายงานคาดการณ์แนวโน้มสภาพอากาศและแบบจำลองฝนในพื้นที่ภาคใต้ ระหว่างวันที่ 6-14 ตุลาคม 2569 ซึ่งพบกลุ่มเมฆฝนปกคลุมหนาแน่น โดยเฉพาะภาคใต้ตอนล่างฝั่งอันดามัน โดยมีรายละเอียดช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวัง ดังนี้

  • วันที่ 6 - 8 ตุลาคม 2569 ฝนเริ่มตกหนาแน่นครอบคลุมตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ลงไปถึงภาคใต้ตอนล่าง ปริมาณฝนคาดการณ์อยู่ที่ 50 - 100 มิลลิเมตร
  • วันที่ 9 ตุลาคม 2569 กลุ่มฝนหลักจะขยับลงไปตกสะสมในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง
  • วันที่ 10 - 12 ตุลาคม 2569 ฝนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ โดยเฉพาะบริเวณภาคใต้ตอนกลางและฝั่งทะเลอันดามัน
  • วันที่ 13 ตุลาคม 2569 แนวฝนจะเคลื่อนตัวขึ้นมาทางภาคใต้ตอนบน
  • วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนเพิ่มเติมว่า ช่วงแรก (6-9 ต.ค.) ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักเฉพาะจุด ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่วนในช่วงหลัง (10-14 ต.ค.) เนื่องจากมีปริมาณฝนตกสะสมในดินเป็นจำนวนมาก แม้จะมีฝนตกเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้รวดเร็วกว่าปกติ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามประกาศแจ้งเตือนอย่างใกล้ชิด

แนวทางการเตรียมตัวสำหรับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้

  1. ติดตามข่าวสาร เฝ้าระวังพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และการแจ้งเตือนภัยจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) หรือแอปพลิเคชัน THAI DISASTER ALERT
  2. ยกของขึ้นที่สูง จัดเก็บสิ่งของมีค่า เอกสารสำคัญ และอุปกรณ์ไฟฟ้าไว้ในที่ปลอดภัยเหนือระดับน้ำ
  3. ตรวจสอบจุดอพยพ ศึกษาเส้นทางอพยพและจุดจอดรถฉุกเฉินตามที่จังหวัดหรือท้องถิ่นกำหนดไว้
  4. เตรียมถุงยังชีพสำรอง จัดเตรียมน้ำดื่ม อาหารแห้ง ยาประจำตัว และอุปกรณ์ส่องสว่างให้พร้อมใช้งานเสมอ