วันจันทร์ ที่ 5 ตุลาคม 2569

Login
Login

กทม. เตือน รับฝนตกหนัก ปภ. เร่งโอนเงินเยียวยา 9,000 บาทสัปดาห์นี้

กทม. เตือน รับมือฝนตกหนัก 5-11 ต.ค. 69 เร่งระบายน้ำจุดเสี่ยง ด้าน ปภ. ลุยโอนเงินเยียวยาน้ำท่วมสูงสุด 9,000 บาท ผ่านแอปทางรัฐภายในสัปดาห์นี้

วันนี้ (5 ต.ค. 69) ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC) แถลงความคืบหน้าการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พร้อมชี้แจงมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ โดยเน้นย้ำการเร่งผลักดันน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง การเตรียมรับมือปริมาณฝนช่วงวันที่ 5-6 และ 10-11 ตุลาคมนี้ ตลอดจนขั้นตอนการจ่ายเงินเยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรีสูงสุด 9,000 บาทต่อครัวเรือน

สรุปสถานการณ์น้ำท่วม กทม. และการเร่งระบายน้ำในพื้นที่ยุทธศาสตร์

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC) ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ถึงภาพรวมสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า เส้นทางหลักที่ยังคงมีน้ำท่วมขังสูงในขณะนี้ ได้แก่ ถนนฉลองกรุง จึงขอความร่วมมือจากประชาชนและผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย

สำหรับการกู้คืนพื้นที่และการเร่งระบายน้ำในจุดสำคัญ กรุงเทพมหานครได้กระจายกำลังและเครื่องมือเข้าดำเนินการในหลายจุด ดังนี้

  • ชุมชนเคหะร่มเกล้า กทม. สามารถเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้แล้วประมาณ 30–70 เซนติเมตร โดยวางเป้าหมายระบายน้ำเพิ่มให้ได้ต่อเนื่องเฉลี่ย 25 เซนติเมตรต่อวัน
  • พื้นที่มีนบุรี ได้เปิดประตูระบายน้ำเพิ่มเติม เพื่อเร่งผลักดันน้ำลงสู่คลองแสนแสบให้เร็วที่สุด
  • ชุมชนสายไหมและออเงิน มีการเสริมเครื่องสูบน้ำย้ายมาจากพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว เข้ามาเสริมทัพร่วมกับการใช้เรือผลักดันน้ำ คาดการณ์ว่าจะสามารถระบายน้ำจนพื้นที่กลับมาแห้งปกติได้ภายใน 2 วัน

กทม. เฝ้าระวังระดับน้ำเจ้าพระยา พร้อมรับมือฝนตกหนัก 5-11 ต.ค.

ด้าน นายปริญญา จันทคุปต์ ผู้อำนวยการส่วนวิชาการจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ได้ให้ข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับระดับน้ำและการเตรียมความพร้อมว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาคาดการณ์ว่าจะขึ้นสูงสุดที่ระดับ 1.72 เมตร ซึ่งยังคงต่ำกว่าระดับแนวคันกั้นน้ำของ กทม. อยู่ราว 1.28 เมตร จึงยังคงรองรับได้ดี

อย่างไรก็ตาม กทม. ได้เตรียมมาตรการเข้มงวดเพื่อรองรับสถานการณ์ฝนตกหนักระลอกใหม่ในช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคม และช่วงวันที่ 10-11 ตุลาคม 2569 โดยมีแนวทางปฏิบัติสำคัญ ได้แก่

  1. พร่องน้ำในคลองสายหลัก เร่งระบายน้ำออกจากระบบคลองเพื่อเปิดพื้นที่รับน้ำฝนตกใหม่
  2. ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ ประจำจุดเสี่ยงน้ำท่วมขังซ้ำซาก โดยเน้นพื้นที่สำคัญ เช่น เขตสายไหม, เขตลาดกระบัง, เขตคลองสามวา และเขตสะพานสูง
  3. การฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด จัดเก็บขยะตกค้างและขยะลอยน้ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมา กทม. สามารถจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ที่ขวางทางน้ำไหลได้แล้วมากกว่า 1,400 ตัน

การยื่นขอรับความช่วยเหลือผ่านระบบออนไลน์ Bangkok.go.th

สำหรับผู้ประสบอุทกภัยในเขตกรุงเทพมหานคร ขณะนี้มีประชาชนแจ้งความประสงค์ยื่นลงทะเบียนขอรับการช่วยเหลือออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ กรุงเทพมหานคร แล้วมากกว่า 40,000 ราย

สิทธิประโยชน์ที่ผู้ลงทะเบียนสามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือประกอบด้วย

  • เงินช่วยเหลือค่าดำรงชีพ
  • เงินชดเชยค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัย
  • ค่าเครื่องมือและอุปกรณ์ยังชีพที่ได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ จากสถิติข้อมูลของ กทม. พบว่าเขตที่มีจำนวนผู้ประสบภัยลงทะเบียนยื่นขอรับสิทธิมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เขตลาดกระบัง, เขตสายไหม และเขตบางกะปิ

ปภ. กางหลักเกณฑ์จ่ายเงินเยียวยา 5,000 – 9,000 บาท และขั้นตอนโอนเงินผ่านออมสิน

ดร. ศิริธร สมสุวรรณ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ชี้แจงรายละเอียดการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติอุทกภัยว่า โครงสร้างการช่วยเหลือแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก:

1. เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน

เป็นงบบรรเทาทุกข์เบื้องต้นซึ่งกรุงเทพมหานครและจังหวัดในพื้นที่ประสบภัยกำลังเร่งสำรวจเชิงลึกและทยอยอนุมัติจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

2. เงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตามมติคณะรัฐมนตรี (มติ ครม.)

การจ่ายเงินเยียวยาตามมติ ครม. มีหลักเกณฑ์การพิจารณาจ่ายเงินตามลักษณะและระยะเวลาการเกิดอุทกภัย ดังนี้

  • น้ำท่วมที่อยู่อาศัยประจำไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท
  • น้ำท่วมขังตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป ให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท
  • ที่อยู่อาศัยประจำและอาคารสูงถูกน้ำล้อมตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป ให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 บาท

กรอบเวลาการตรวจสอบและโอนเงินเยียวยา

ปภ. ได้ประสานงานร่วมกับ 65 จังหวัดทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานคร เพื่อเร่งตรวจสอบและยืนยันข้อมูลผู้ได้รับสิทธิ โดยมีกระบวนการทำงานที่รวดเร็ว ดังนี้:

  • ขั้นที่ 1 (ปภ. ตรวจสอ): ปภ. ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลภายใน 2 วัน หลังได้รับเรื่องจากท้องถิ่น
  • ขั้นที่ 2 (ธนาคารออมสินโอนเงิน) ส่งต่อข้อมูลให้ธนาคารออมสินดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีประชาชนภายใน 3 วันทำการ
  • เป้าหมาย ประชาชนที่ผ่านการยืนยันสิทธิจะได้รับการโอนเงินเยียวยาเข้าบัญชีภายในสัปดาห์นี้

ยอดลงทะเบียนผ่านแอปฯ "ทางรัฐ" ทะลุ 1 ล้านครัวเรือน พร้อมข้อแนะนำแก้ไขข้อมูล

จากข้อมูล ณ เวลา 07.00 น. ของวันที่ 5 ตุลาคม 2569 มีประชาชนลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" รวมทั้งสิ้น 1,056,361 ครัวเรือน โดยแบ่งตามจังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนสูงสุด ดังนี้

  • กรุงเทพมหานคร 458,987 ครัวเรือน
  • จังหวัดสมุทรปราการ 149,194 ครัวเรือน
  • จังหวัดปทุมธานี 130,010 ครัวเรือน
  • จังหวัดฉะเชิงเทรา 42,531 ครัวเรือน
  • จังหวัดระยอ: 36,016 ครัวเรือน

วิธีแก้ปัญหาลงทะเบียนแอปฯ "ทางรัฐ" แล้วขึ้นข้อความ "ไม่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย"

ปภ. แนะนำว่า หากประชาชนลงทะเบียนแล้วระบบแจ้งเตือนว่า ไม่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้:

  • ตรวจสอบการเลือกพื้นที่ เข้าไปที่เมนู "คำร้องของฉัน" เลือกช่อง "แก้ไขข้อมูล"
  • ตรวจสอบ เขต/แขวง/ตำบล ตรวจสอบว่าเลือกตำแหน่งที่ตั้งของบ้านที่เกิดภัยถูกต้องหรือไม่ หากเลือกเขตผิดระบบจะไม่สามารถอนุมัติสิทธิได้
  • ตรวจสอบวันที่เกิดภัย ระบุวันที่เกิดเหตุอุทกภัยให้ตรงกับความเป็นจริง เพื่อให้ตรงกับเงื่อนไขระยะเวลาที่กำหนดในการรับเงินเยียวยา

ปภ. ได้เน้นย้ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานระดับจังหวัด เร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทสิทธิประโยชน์ เพื่อให้ประชาชนยื่นคำร้องได้อย่างถูกต้องและได้รับเงินช่วยเหลืออย่างรวดเร็วที่สุด