วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ศุลกากรช่องจอม’ โชว์ผลงานปี 69 ดันเศรษฐกิจ 3.5 พันล้าน เก็บรายได้เกินเป้า 568%

“ศุลกากรช่องจอม” เผยปีงบฯ 69 จัดเก็บรายได้ศุลกากร 33.4 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 568% พร้อมเก็บรายได้แทนหน่วยงานรัฐกว่า 74.7 ล้านบาท ภาคเอกชนระบุดันมูลค่าหมุนเวียนเพื่อการส่งออกกว่า 3,500 ล้านบาท เกิดการจ้างงานราว 2,000 อัตรา ขณะที่ปราบสินค้าผิดกฎหมาย 55 คดี มูลค่ากว่า 101.4 ล้านบาท

แม้สถานการณ์ด่านพรมแดนจะปิดอย่างถาวร แต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่รับผิดชอบของ “ศุลกากรช่องจอม” ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ จ.นครราชสีมา และ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีทั้งสนามบินนานาชาติ เขตปลอดอากร และคลังสินค้าทัณฑ์บน รองรับกิจกรรมทางการค้าและการลงทุนของภาคเอกชน

ด่านศุลกากรช่องจอม ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ จ.สุรินทร์ จ.บุรีรัมย์ และ จ.นครราชสีมา ยกระดับความร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมการลงทุน ตลอดจนผลักดันการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นายประสิทธิ์ ดีจงเจริญ นายด่านศุลกากรช่องจอม เปิดเผยว่า แม้ด่านพรมแดนจะปิดอย่างถาวร แต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจภายใต้การกำกับดูแลของศุลกากรช่องจอมในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และ จ.บุรีรัมย์ ยังคงดำเนินไปตามปกติและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยพื้นที่ดังกล่าวมีสนามบินนานาชาติ 2 แห่ง เขตปลอดอากร 3 แห่ง และคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า 1 แห่ง

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิตรถโดยสาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องมือและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ รวมถึงกิจกรรมการผลิตและส่งออกอื่น ๆ

นายประสิทธิ์กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลและกรมศุลกากรที่มุ่งสนับสนุนภาคเอกชน ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปดูแลและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569 พบว่า ด่านศุลกากรช่องจอมสามารถจัดเก็บรายได้ศุลกากรกว่า 33.4 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ถึง 568% ขณะเดียวกันยังสามารถจัดเก็บรายได้แทนกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกระทรวงมหาดไทย รวมกว่า 74.7 ล้านบาท

ขณะที่ข้อมูลจากภาคเอกชนระบุว่า การดำเนินงานของศุลกากรช่องจอมมีส่วนร่วมในการผลักดันมูลค่าหมุนเวียนทางเศรษฐกิจเพื่อการส่งออกมากกว่า 3,500 ล้านบาทและก่อให้เกิดการจ้างงานราว 2,000 อัตรา

นอกจากการอำนวยความสะดวกทางการค้าแล้ว ศุลกากรช่องจอมยังเดินหน้าภารกิจด้านการปกป้องสังคม โดยสามารถจับกุมสินค้าผิดกฎหมาย อาทิ เครื่องสำอาง เสื้อผ้าและกระเป๋าแบรนด์เนมปลอม อาหารไม่มี อย. เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่มีเครื่องหมาย มอก. บุหรี่ผิดกฎหมาย บุหรี่ไฟฟ้า และพลุดอกไม้ไฟ รวม 55 คดี จำนวน 79,000 รายการคิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 101.4 ล้านบาท

นายประสิทธิ์กล่าวว่า เมื่อคดีสิ้นสุดตามกระบวนการแล้ว จะเร่งดำเนินการทำลายหรือจำหน่ายของกลางตามระเบียบ เพื่อนำรายได้ส่งเข้ารัฐต่อไป

‘ศุลกากรช่องจอม’ โชว์ผลงานปี 69 ดันเศรษฐกิจ 3.5 พันล้าน เก็บรายได้เกินเป้า 568%

‘ศุลกากรช่องจอม’ โชว์ผลงานปี 69 ดันเศรษฐกิจ 3.5 พันล้าน เก็บรายได้เกินเป้า 568%

ส่วนแนวทางการส่งเสริมการลงทุน นายประสิทธิ์กล่าวว่า ศุลกากรช่องจอมต้องการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุน พร้อมเชิญชวนบริษัททั้งไทยและต่างชาติเข้ามาลงทุนใน จ.นครราชสีมา เนื่องจากมีศักยภาพด้านทำเลที่ตั้งและภูมิรัฐศาสตร์ อยู่ใกล้แหล่งทรัพยากรในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือในภาคตะวันออก

นอกจากนี้ ยังมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับการลงทุน ทั้งระบบสาธารณูปโภคและเส้นทางคมนาคม โดยเฉพาะมอเตอร์เวย์ M6 รวมถึงมีแรงงานจำนวนมาก ซึ่งเมื่อผนวกกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรตามกฎหมายศุลกากร จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการ

“ศักยภาพของโคราช ทั้งทำเล โครงสร้างพื้นฐาน แรงงาน และสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน ซึ่งกรมศุลกากรพร้อมสนับสนุนภาคเอกชนอย่างเต็มที่” นายประสิทธิ์กล่าว