กรมชลฯ ลงพื้นที่สั่งพร่องน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก เช็กความพร้อม 4 ประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำบางบัวทอง รับมือมวลน้ำเหนือ
กรมชลประทาน ร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก เร่งพร่องน้ำในระบบคลอง พร้อมบริหารจัดการประตูระบายน้ำสำคัญ และตรวจความพร้อมสถานีสูบน้ำบางบัวทอง หวังเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีนและเจ้าพระยา บรรเทาผลกระทบน้ำท่วมให้ประชาชน
วันนี้ (1 ต.ค. 69) นายทรงพล สวยสม รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายสุริยพล นุชอนงค์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก นางสาวอิงอร ปัญญากิจ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ลงพื้นที่ติดตามและรายงานสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดในพื้นที่เขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง
ในการนี้ มีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานชลประทาน ร่วมลงพื้นที่อย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายสิทธิพร พฤฒิพิบูลธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 11 และ นายทวีวัฒน์ สืบสุขมั่นสกุล ผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล เพื่อตรวจวิเคราะห์ความมั่นคงแข็งแรงและความพร้อมในการทำงานของอาคารชลประทาน รวมถึงเครื่องจักรเครื่องมือในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ
ตรวจความพร้อม 4 ประตูระบายน้ำหลัก เชื่อมโยงโครงข่ายเจ้าพระยา-ท่าจีน
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการน้ำบริเวณพื้นที่รอยต่อระหว่างสำนักงานชลประทานที่ 11 และสำนักงานชลประทานที่ 12 ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการรับและกระจายมวลน้ำ คณะทำงานได้เข้าตรวจสอบความพร้อมของอาคารชลประทานในจุดสำคัญ 4 แห่ง ได้แก่
- ประตูระบายน้ำเจ้าเจ็ด
- ประตูระบายน้ำสิงหนาท 2
- ประตูระบายน้ำลากฆ้อน
- ประตูระบายน้ำปลายคลองลากฆ้อน
กรมชลประทานได้เร่งวางแผน พร่องน้ำในระบบคลองชลประทานล่วงหน้า เพื่อเพิ่มแก้มลิงธรรมชาติและพื้นที่รองรับปริมาณน้ำที่ไหลมาจากจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดอ่างทอง พร้อมทั้งพิจารณาแนวทางควบคุมการรับน้ำและการระบายน้ำผ่านอาคารชลประทานและโครงข่ายคลองต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงระหว่างแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำเจ้าพระยา โดยปรับการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำรายวันและศักยภาพการระบายน้ำของแต่ละพื้นที่อย่างสูงสุด
เสริมกำลังสถานีสูบน้ำบางบัวทอง เร่งระบายน้ำลงสู่ทะเล
จากนั้น คณะเดินทางต่อไปยัง สถานีสูบน้ำบางบัวทอง เพื่อประเมินระดับน้ำในคลองสายหลักและคลองสาขา พร้อมตรวจสอบความพร้อมของระบบสูบน้ำ เครื่องจักร และอุปกรณ์สนับสนุนทุกชนิด โดยได้ร่วมกันวางแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ตอนล่าง ให้สามารถรองรับและเร่งระบายปริมาณน้ำที่ไหลลงมาจากพื้นที่ตอนบนได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ให้เกิดปัญหาน้ำสะสมหรือคอขวดในพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม
บูรณาการทุกภาคส่วน รับมือมวลน้ำเหนือ-ลดความเสี่ยงน้ำเอ่อล้นตลิ่ง
รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่บูรณาการแผนการบริหารจัดการน้ำร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทั้งในมิติของการควบคุมระดับน้ำ การพร่องน้ำล่วงหน้า และการเตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรกล เช่น เครื่องสูบน้ำ และเครื่องดันน้ำ ให้พร้อมทำงานได้เต็มศักยภาพตลอด 24 ชั่วโมง
การดำเนินการเชิงรุกทั้งหมดนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อรองรับมวลน้ำเหนือที่กำลังไหลลงสู่ภาคกลางตอนล่าง ลดความเสี่ยงปัญหาน้ำเอ่อล้นตลิ่ง และบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกให้ได้มากที่สุด





