ดีเดย์ 2 ต.ค. นี้! ปภ. เปิดลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 ผ่านแอป “ทางรัฐ” และท้องถิ่น ครอบคลุม 65 จังหวัด-กทม. เช็กเงื่อนไขเลย
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งข่าวสำคัญถึงประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมทั่วประเทศ เดินหน้าเปิดระบบลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่มีที่อยู่อาศัยประจำ (เงินเยียวยาน้ำท่วม) ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงวันที่ 15 พฤษภาคม ถึง 30 กันยายน 2569 ครอบคลุมพื้นที่ 65 จังหวัดทั่วประเทศไทย และกรุงเทพมหานคร ตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อยกระดับการช่วยเหลือเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยจะเริ่มเปิดระบบให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป
การช่วยเหลือในครั้งนี้เน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาปรับใช้ เพื่อลดขั้นตอนการยื่นเอกสารที่ยุ่งยาก ช่วยให้การกระจายเงินเยียวยาเข้าสู่มือผู้ประสบภัยเป็นไปได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และโปร่งใส ประชาชนสามารถดำเนินการขอรับสิทธิ์ผ่านช่องทางออนไลน์บนแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" หรือเลือกยื่นคำร้องด้วยตนเอง ณ หน่วยงานราชการในท้องถิ่นที่ตนอาศัยอยู่
เปิดหลักเกณฑ์จ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 ครอบคลุม 4 กรณี
เพื่อความชัดเจนและทั่วถึงในการช่วยเหลือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ชี้แจงหลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (น้ำท่วม) ตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 กรณีหลัก โดยครอบคลุมทั้งบ้านพักอาศัยระดับพื้นดินและอาคารสูง ดังนี้
1. กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และมีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย สำหรับครัวเรือนที่โดนน้ำท่วมขังในระยะสั้น แต่ส่งผลให้สิ่งของ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือโครงสร้างบ้านเรือนได้รับความเสียหาย
2. กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันเกินกว่า 7 วันขึ้นไป สำหรับผู้ประสบภัยที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมขังยาวนาน ซึ่งสร้างความยากลำบากและส่งผลกระทบต่อการอยู่อาศัยอย่างมาก
3. กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำล้อมรอบ จนส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกินกว่า 7 วันขึ้นไป แม้ตัวบ้านอาจจะไม่ถูกน้ำท่วมถึงด้านใน แต่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเนื่องจากน้ำล้อมรอบ จนไม่สามารถเดินทางออกไปประกอบอาชีพหรือซื้อหาอาหารได้ตามปกติ
4. กรณีที่อยู่อาศัยประจำในอาคารสูงที่น้ำท่วมไม่ถึงชั้นที่ผู้ประสบภัยพักอาศัย แต่ส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกินกว่า 7 วันขึ้นไป ครอบคลุมผู้ที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ หรืออาคารสูง ซึ่งแม้ห้องพักจะไม่โดนน้ำท่วม แต่ได้รับผลกระทบจากการตัดระบบไฟฟ้า น้ำประปา หรือไม่สามารถสัญจรเข้า-ออกอาคารได้เกินกว่า 7 วัน
เงื่อนไขสำคัญที่สุดคือ ผู้ขอรับความช่วยเหลือจะต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย หรือเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน
โดยสิทธิ์การรับเงินช่วยเหลือจะให้ 1 ครั้ง ต่อ 1 หลังคาเรือน เท่านั้น ซึ่งครอบคลุมทั้งบ้านที่มีทะเบียนบ้าน บ้านเช่า (สิทธิ์การรับเงินจะเป็นของผู้เช่า) รวมถึงที่อยู่อาศัยประจำอื่น ๆ แม้จะไม่มีทะเบียนบ้านก็ตาม เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่เดือดร้อนจริงจะได้รับเงินเยียวยาอย่างทั่วถึง
เช็กรายชื่อ 65 จังหวัด และ กทม. ที่ได้รับสิทธิ์เยียวยาน้ำท่วม
สำหรับพื้นที่ที่ได้รับสิทธิ์ขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยาน้ำท่วมประจำปี 2569 ครอบคลุมกรุงเทพมหานครและอีก 65 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาค ได้แก่
- ภาคเหนือ เชียงราย, เชียงใหม่, ตาก, น่าน, พะเยา, พิจิตร, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, แพร่, แม่ฮ่องสอน, ลำปาง, ลำพูน, สุโขทัย, อุตรดิตถ์
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ขอนแก่น, ชัยภูมิ, นครพนม, นครราชสีมา, บึงกาฬ, บุรีรัมย์, มุกดาหาร, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, เลย, ศรีสะเกษ, สกลนคร, สุรินทร์, หนองคาย, หนองบัวลำภู, อำนาจเจริญ, อุดรธานี, อุบลราชธานี
- ภาคกลางและภาคตะวันตก กำแพงเพชร, กาญจนบุรี, ชัยนาท, นครปฐม, นครสวรรค์, นนทบุรี, ปทุมธานี, ประจวบคีรีขันธ์, พระนครศรีอยุธยา, ราชบุรี, ลพบุรี, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, สระบุรี, สิงห์บุรี, สุพรรณบุรี, อ่างทอง, อุทัยธานี
- ภาคตะวันออก จันทบุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ตราด, นครนายก, ปราจีนบุรี, ระยอง, สระแก้ว
- ภาคใต้ กระบี่, ตรัง, พังงา, ภูเก็ต, ระนอง, สตูล, สุราษฎร์ธานี
- พื้นที่พิเศษ กรุงเทพมหานคร
ช่องทางการลงทะเบียนยื่นคำร้องรับเงินช่วยเหลือ
ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยที่เข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว สามารถเลือกยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือผ่าน 2 ช่องทางหลักได้ตามความสะดวก ดังนี้
1. ลงทะเบียนออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” (สะดวก รวดเร็ว ตรวจสอบได้)
เป็นการลงทะเบียนที่แนะนำมากที่สุด เนื่องจากระบบจะทำการเชื่อมโยงข้อมูลกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรโดยอัตโนมัติ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลบุคคลทันที ช่วยลดความซ้ำซ้อนและลดระยะเวลาในการอนุมัติ นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถเข้ามาติดตามสถานะการดำเนินการยื่นคำร้องของตนเองได้แบบเรียลไทม์ (Real-time) ตลอด 24 ชั่วโมง โดยระบบจะเปิดให้เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป
2. ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ หน่วยงานปกครองในพื้นที่
สำหรับประชาชนที่ไม่สะดวกใช้งานแอปพลิเคชัน หรือไม่มีอุปกรณ์สมาร์ตโฟน สามารถเดินทางไปยื่นเอกสารและขอรับคำร้องได้ด้วยตนเองที่
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ (เทศบาล หรือ อบต.) ที่บ้านพักอาศัยตั้งอยู่
- สำนักงานเขต ทั้ง 50 เขต สำหรับผู้ประสบภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก ปรับแบบฟอร์มคำร้อง และนำข้อมูลของผู้ประสบภัยเข้าสู่ระบบดิจิทัลกลาง เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและอนุมัติจ่ายเงินตามขั้นตอนต่อไป
ข้อควรระวังและขั้นตอนเตรียมความพร้อมก่อนลงทะเบียน
เพื่อให้การลงทะเบียนเป็นไปอย่างราบรื่นและได้รับเงินช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด ประชาชนผู้ประสบภัยควรเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ดังนี้
- ดาวน์โหลดและยืนยันตัวตนบนแอป “ทางรัฐ” ประชาชนสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ได้ทั้งระบบ iOS และ Android พร้อมลงทะเบียนยืนยันตัวตนไว้ล่วงหน้า
- เตรียมเอกสารหลักฐาน สำหรับผู้ที่ยื่น ณ หน่วยงานท้องถิ่น หรือผู้ที่เช่าบ้านพักอาศัย ควรเตรียมบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน (ถ้ามี) สัญญาเช่าบ้านหรือหนังสือรับรองการเช่า รวมถึงภาพถ่ายความเสียหายของที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินไว้เป็นหลักฐานประกอบ
- ตรวจสอบการประกาศเขต disaster มั่นใจว่าพื้นที่ตำบล/อำเภอ หรือเขตที่ท่านอาศัยอยู่ ได้รับการประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยเรียบร้อยแล้ว
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยืนยันว่าพร้อมประสานงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดการตรวจสอบข้อมูลคำร้องของประชาชนทุกครัวเรือนอย่างเป็นธรรมและครอบคลุมที่สุด เพื่อให้เงินช่วยเหลือถูกโอนเข้าบัญชีของผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชนกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว
ข้อมูล : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)





