วันพุธ ที่ 30 กันยายน 2569

Login
Login

สทนช. เตือน 6 จังหวัดริมเจ้าพระยา รับมือน้ำสูงขึ้น 20-60 ซม.

สทนช. ออกประกาศฉบับ 8 เตือน 6 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยารับมือน้ำสูง 20-60 ซม. หลังปรับระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เฝ้าระวังฝนตกหนัก 30 ก.ย.-4 ต.ค. นี้

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศฉบับที่ 8/2569 แจ้งเตือนประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เฝ้าระวังผลกระทบจากการปรับเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา รองรับปริมาณน้ำสะสมจากมรสุมและฝนตกหนักทางตอนบนของประเทศ ในช่วงวันที่ 30 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม 2569 นี้ ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 20 - 60 เซนติเมตร

เปิดสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำเหนือทะลักต่อเนื่อง

จากการติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิดของ สทนช. พบว่า ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ในปัจจุบันอยู่ที่อัตรา 2,326 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นอกจากนี้ยังมีปริมาณน้ำสมทบจากแม่น้ำสะแกกรังและลำน้ำสาขาไหลเข้ามารวมอีกประมาณ 400 - 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์สภาพอากาศล่วงหน้าพบว่า ในช่วงวันที่ 30 กันยายน - 4 ตุลาคม 2569 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากปกคลุมพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง ซึ่งปริมาณฝนดังกล่าวจะส่งผลให้มีมวลน้ำไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง โดยกรมชลประทานประเมินว่า ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ จะเพิ่มสูงขึ้นไปอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 2,700 - 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

 

แผนบริหารจัดการน้ำ ปรับการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาแบบขั้นบันได

เพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำมหาศาลที่กำลังไหลลงมาจากทางตอนบน กรมชลประทานและ สทนช. ได้วางมาตรการหน่วงน้ำและกระจายน้ำออกสู่ฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านระบบชลประทานและคลองสายต่างๆ ให้ได้มากที่สุดตามศักยภาพและความสามารถในการรับน้ำของแต่ละคลอง

อย่างไรก็ตาม จากปริมาณน้ำเหนือที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้มีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ในอัตราไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยเป็นการปรับระบายน้ำแบบขั้นบันได เพื่อควบคุมและลดผลกระทบต่อพื้นที่เหนือเขื่อนและท้ายเขื่อนให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด การบริหารจัดการดังกล่าวจะส่งผลทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลงไป ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับปัจจุบันอีกประมาณ 20 - 60 เซนติเมตร

เช็กพื้นที่เสี่ยงภัย 6 จังหวัด ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด

สทนช. ได้ระบุพื้นที่เสี่ยงที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือใน 6 จังหวัด ดังนี้

  1. จังหวัดชัยนาท อำเภอสรรพยา
  2. จังหวัดสิงห์บุรี อำเภออินทร์บุรี, อำเภอเมืองสิงห์บุรี และอำเภอพรหมบุรี
  3. จังหวัดอ่างทอง อำเภอไชโย, อำเภอเมืองอ่างทอง, อำเภอวิเศษชัยชาญ และอำเภอป่าโมก
  4. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อำเภอผักไห่, อำเภอบางบาล, อำเภอเสนา, อำเภอบางซ้าย, อำเภอพระนครศรีอยุธยา, อำเภอบางปะอิน, อำเภอลาดบัวหลวง และอำเภอบางไทร
  5. จังหวัดปทุมธานี อำเภอสามโคก และอำเภอเมืองปทุมธานี
  6. จังหวัดนนทบุรี อำเภอปากเกร็ด, อำเภอเมืองนนทบุรี และอำเภอบางกรวย

สทนช. เตือน 6 จังหวัดริมเจ้าพระยา รับมือน้ำสูงขึ้น 20-60 ซม.

สทนช. สั่งการ 3 มาตรการด่วน ให้หน่วยงานรับมือสถานการณ์น้ำหลาก

เพื่อป้องกันและลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้ประสานแจ้งเตือนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 6 จังหวัด รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินมาตรการรับมือสถานการณ์อย่างเร่งด่วนตาม 3 แนวทางหลัก ดังนี้

1. ตรวจสอบคันกั้นน้ำ พร่องน้ำรอรับฝนตกหนัก

เร่งติดตาม ตรวจสอบ และซ่อมแซมคันกั้นน้ำ แนวป้องกันน้ำท่วมบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้มีความมั่นคงแข็งแรง เร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำทุกขนาด (ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก) เขื่อนระบายน้ำ และประตูระบายน้ำ ให้มีความสอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยต้องคำนึงถึงอิทธิพลของน้ำทะเลหนุนสูง และเร่งพร่องน้ำเพื่อรองรับฝนตกหนักตามคาดการณ์

2. เตรียมความพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ และกำลังพล

จัดทำแผนเผชิญเหตุรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมของบุคลากร เจ้าหน้าที่ เครื่องจักรเครื่องมือ เช่น เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกน้ำ และเครื่องจักรกลหนัก ดำเนินการลอกท่อระบายน้ำ กำจัดขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ พร้อมทั้งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง

3. ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนภัยล่วงหน้า

เน้นย้ำให้มีการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ รับทราบข้อมูลล่วงหน้า เพื่อให้มีเวลาเตรียมยกสิ่งของขึ้นที่สูง ย้ายสัตว์เลี้ยง และพร้อมในการอพยพได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

ข้อแนะนำสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย

สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ 6 จังหวัดข้างต้น โดยเฉพาะผู้ที่ปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และลำน้ำสาขา ควรปฏิบัติตามข้อแนะนำ ดังนี้

  1. ติดตามข่าวสาร ติดตามประกาศเตือนภัยจาก สทนช. กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานราชการในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
  2. ยกของขึ้นที่สูง สำรวจทรัพย์สิน ย้ายปลั๊กไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้า สัตว์เลี้ยง และพาหนะขึ้นที่สูงพ้นจากระดับน้ำที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 20 - 60 เซนติเมตร
  3. เตรียมกระสอบทราย ตรวจสอบรอบบริเวณบ้าน จัดเตรียมกระสอบทราย หรือแนวป้องกันน้ำเข้าบ้านกรณีอยู่ในจุดเสี่ยง
  4. เตรียมสิ่งของจำเป็น จัดเตรียมถุงยังชีพ ยาประจำตัว น้ำดื่ม ถุงไฟฉาย และอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
  5. สังเกตระดับน้ำ หมั่นสังเกตการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำหรือลำคลองใกล้บ้าน หากพบสิ่งผิดปกติหรือระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทันที