วันพุธ ที่ 30 กันยายน 2569

Login
Login

ชาวบ้าน2อำเภอ ในปราจีนฯ ผวา สารพิษ จี้ กรมโรงงานฯ ตรวจสอบ หวั่น กระทบนาข้าว

ชาวบ้าน2อำเภอ ใน ปราจีนบุรี ผวา คราบสีรุ้งลอยบนผิวน้ำ ร้อง “กรมโรงงานอุตสาหกรรม” ตรวจสอบบ่อขยะเอกชน หวั่นกระทบแหล่งปลูกข้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีข้อร้องเรียนจากชาวบ้าน อ.ศรีมหาโพธิ และอ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี ถึงกรมโรงงานอุตสาหกรรมและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบคราบสีรุ้งที่ลอยอยู่บนผิวน้ำยาวนับกิโลเมตร หลังเกิดน้ำท่วมโดยรอบบ่อขยะของผู้ประกอบการเอกชน เพราะเกรงพื้นที่จะได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างจากสารพิษ พร้อมถามหามาตรฐานการตรวจสอบที่ถูกต้องเร่งด่วน โดยไม่ปล่อยทิ้งปัญหาไว้จนน้ำลด

ภาพถ่ายจากมุมสูงรอบบ่อขยะซึ่งถูกน้ำท่วมในตำบลหัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ปรากฎให้เห็นคราบสีรุ้งลักษณะคล้ายน้ำมันลอยบนผิวน้ำเป็นทางยาวไม่น้อยกว่า 1 กิโลเมตร ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เกิดข้อกังวลและความวิตกถึงผลกระทบ อีกทั้งทิศทางไหลของน้ำเปื้อนคราบน้ำมันยังจะต้องผ่านชุมชนบ้านสระมะเขือ บ้านคู้ลำพัน และบ้านโคกวัด ในอำเภอศรีมโหสถ และมีแนวโน้มไหลมุ่งหน้าตรงเข้าสู่ทุ่งบางพรวง ซึ่งเป็นแหล่งเกษตรกรรมและอู่ข้าวอู่น้ำสำคัญของจังหวัดปราจีนบุรีข้อมูลและภาพที่ปรากฏถูกองค์กรเอกชนแห่งหนึ่งออกมาระบุว่า บ่อฝังกลบกากเป็นของ บริษัทแห่งหนึ่ง ที่ได้ใบอนุญาตประกอบกิจการ 2 ประเภท ได้แก่ ใบอนุญาตลำดับที่ 105 คือคัดแยกและฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว และใบอนุญาตลำดับที่ 106 คือการนำน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้แล้วหรือสารทำละลาย (Solvents) มาผ่านกรรมวิธีเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงทดแทนและเชื้อเพลิงผสม  

ชาวอ.ศรีมหาโพธิ์ และชาวอ.ศรีมโหสถเห็นตรงกันว่า แม้ภาพถ่ายยังไม่ยืนยันว่าน้ำปนเปื้อนสารพิษชนิดใด และขอบเขตการปนเปื้อนขยายวงกว้างไกลแค่ไหน หรือจะสามารถระบุความรับผิดทางนิติวิทยาศาสตร์ได้ 100% แต่จากภาพที่ปรากฏหน่วยงานรัฐไม่ควรมองข้ามหรือใช้เป็นเหตุผลในการผัดผ่อน เพราะทิศทางการน้ำไหลไปจุดไหน มลพิษและความเสียหายย่อมขยายวงตามไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะกรมโรงงานอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรต้องเร่งส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อเก็บตัวอย่างน้ำและดินตะกอนโดยรอบพื้นที่ เพื่อนำไปวิเคราะห์ชนิดสารปนเปื้อน พร้อมตรวจสอบเส้นทางการไหลของมวลน้ำ เพื่อกำหนดแนวสกัดกั้นมลพิษไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรมและระบบประปาชุมชน กรมโรงงานฯผู้รับผิดชอบโดยตรงมีหน้าที่ต้องตรวจสอบโครงสร้างความมั่นคงของคันดินและบ่อพักน้ำชะขยะทันที หากพบความบกพร่องต้องบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อสั่งควบคุมและแก้ไขทันที ไม่ควรปล่อยให้ชาวบ้านต้องแบกรับความเสี่ยง

ชาวบ้าน2อำเภอ ในปราจีนฯ ผวา สารพิษ จี้ กรมโรงงานฯ ตรวจสอบ หวั่น กระทบนาข้าว

อย่างไรก็ตาม มีเสียงเรียกร้องให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมใช้บรรทัดฐานการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม เหมือนที่เคยใช้อำนาจตาม มาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 ออกคำสั่งให้ผู้ประกอบการในจังหวัดสระบุรีหยุดดำเนินการส่วนที่มีปัญหาได้โดยเร็ว โดยใช้เพียงเหตุผลเรื่องการพบข้อบกพร่องด้านการจัดการน้ำชะขยะและระบบระบายน้ำ ขณะที่เหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นใน จ.ปราจีนบุรี ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆจากเจ้าหน้าที่ของกรมโรงงานฯ หรือเจ้าหน้าที่รัฐหน่วยงานอื่นใดเลย โดยเฉพาะการชี้แจงว่ากำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่หรือไม่ หากตรวจพบจะดำเนินการตามกฎหมายเมื่อใด เพราะเห็นว่าประชาชนในทุกพื้นที่ควรได้รับคำตอบที่ชัดเจนและได้เห็นการบังคับใช้กฎเกณฑ์อย่างเร่งด่วนที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกพื้นที่ และเห็นว่าในยามเกิดภัยพิบัติ ชาวบ้านไม่ควรต้องรอจนเกิดความเสียหายก่อนที่จะได้รับการป้องกันหากไม่เร่งดำเนินการแล้วเกิดผลเสียหายในภายหลัง กรมโรงงานอุตสาหรรมในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรง อาจถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้