ตำรวจบุกจับหัวหน้าเซลล์สาวแสบ โกงเงินบริษัท 10 ล้าน โดนฟ้องร้อง อุกอาจจ้างหนุ่มคนรักบุกเผาทำลายเอกสารที่บางแค กรุงเทพฯ
กรณีตำรวจบุกจับหัวหน้าเซลล์สาวแสบ โกงเงินบริษัท 10 ล้าน โดนฟ้องร้อง อุกอาจจ้างหนุ่มคนรักบุกเผาทำลายเอกสารที่บางแค กรุงเทพฯ
ตำรวจนครบาล เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 20.00 น. พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม พร้อมด้วย พ.ต.ท.วรงค์กรณ์ ขจรบุญญาวัฒน์ รอง ผกก.สส.สน.เพชรเกษม, พ.ต.ท.ธวัชชัย ทิพย์วงษ์ สว.สส.สน.เพชรเกษม และกำลังฝ่ายสืบสวน สน.เพชรเกษม
ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่ ชายสัญชาติตุรกี ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ลงวันที่ 26 กันยายน 2569 ในข้อหา “วางเพลิงเผาทรัพย์โรงเรือน” และ นางสาว ช อายุ 40 ปี ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ลงวันที่ 28 กันยายน 2569 ในข้อหา "เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นวางเพลิงเผาทรัพย์โรงเรือน"
การจับกุมสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 02.49 น. ได้รับแจ้งเหตุจาก ศูนย์วิทยุ สน.เพชรเกษม กรุงเทพมหานคร ว่ามีเหตุเพลิงไหม้ บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งย่านบางแค กรุงเทพฯ
จึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และได้เรียกหน่วยพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นเหตุวางเพลิง
จากการสืบสวนผู้ก่อเหตุและเส้นทางหลบหนีทำให้ทราบว่า มีชายชาวต่างชาติ สวมหมวกันน็อกแบบเต็มใบ ใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าขี่รถจยย.ฮอนด้า สกูปปี้ สีชมพู ขาว มาจอดหน้าบริษัทและใช้คีมตัดกุญแจสายยูเข้าไปก่อเหตุ
จึงได้ตรวจสอบชื่อผู้ครอบครองรถ ปรากฏว่าเป็นบริษัทรถเช่าอยู่ย่านทองหล่อ โดยปรากฏชื่อผู้เช่าคือชายผู้ต้องหา เช่าตั้งแต่วันที่ 22-24 กันยายน วันละ 200 บาท รวมยอดจ่าย 600 บาท และได้นำรถไปส่งคืนวันที่ 25 กันยายนหลังจากก่อเหตุ
จากนั้น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่พักของนายเอ กระทั่งตามไปรวบตัวมาได้ดังกล่าว สอบสวนนาย อ ให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจากนางสาว ช ซึ่งเป็นอดีตแฟนสาวที่ตนรักมาก แต่เพิ่งเลิกรากันได้ประมาณ 2 เดือน
อดีตแฟนสาวโทรศัพท์มาเล่าให้ฟังอ้างว่า ถูกบริษัทฟ้องร้องเรียกเงินกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งชดใช้ไปแล้ว 6 แสน แต่บริษัทไม่ยอมรวบรวมเอกสารย้อนหลังจำนวนมากเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
จึงจ้างตนเป็นเงิน 1 หมื่นบาท ให้เข้าไปช่วยเผาบริษัททั้งหมด แต่ตนคิดว่าอาจมีคนพักอาศัยอยู่ จึงได้เผาแค่ตู้เก็บเอกสาร ไม่คิดว่าจะลุกลามไหม้หมดทั้งอาคาร เจ้าหน้าที่สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ และต่อมาสามารถจับกุมตัวนางสาว ช ไว้ได้
สอบถามเนื่องจากนางสาว ช ให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุจริง ตนเป็นหัวหน้าฝ่ายขาย ได้ทุจริตปลอมเอกสารฉ้อโกงเงินบริษัทมานาน เป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท เจ้าของบริษัทจึงแจ้งความดำเนินคดี นางสาว ช รู้ว่าเจ้าของบริษัทกำลังรวบรวมเอกสารทางบัญชี จึงได้ว่าจ้างนาย เอ ซึ่งเป็นแฟนเก่า มาเผาบริษัทเพื่อทำลายเอกสาร ทำให้ไฟไหม้เอกสารและอาคารเสียหายเป็นอย่างมาก
จึงได้ควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย





