วันอังคาร ที่ 29 กันยายน 2569

Login
Login

ธกส. เตรียมโอนเงินช่วยเหลือ ชาวนาไร่ละ 1000 กลุ่มตกหล่น 2.3 แสนราย

ธ.ก.ส. จ่อโอนเงินช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท สูงสุด 10,000 บาท ให้กลุ่มตกหล่นอีก 2.3 แสนครัวเรือน หลัง ครม. เคาะเพิ่มงบ 1,544 ล้าน พร้อมยืดเวลาถึงสิ้นปี 69

ข่าวดีสำหรับพี่น้องเกษตรกรชาวนาทั่วประเทศ! ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบอนุมัติเพิ่มกรอบวงเงินงบประมาณใน โครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี และส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69 อีกจำนวน 1,544.98 ล้านบาท เพื่อเร่งดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่เกษตรกรผู้มีสิทธิที่ยังตกหล่นเพิ่มเติมอีกกว่า 2.3 แสนครัวเรือน เพื่อให้เงินช่วยเหลือส่งตรงถึงมือเกษตรกรอย่างครอบคลุม เท่าเทียม และทันท่วงที

สรุปมติ ครม. อนุมัติเพิ่มงบประมาณอุ้มเกษตรกรผู้ปลูกข้าว

วันนี้ (29 ก.ย. 69) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยระบุว่า ที่ประชุม ครม. ได้มีมติอนุมัติการปรับเพิ่มกรอบวงเงินงบประมาณของโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2568/69 เพิ่มขึ้นอีก 1,544.98 ล้านบาท

การเพิ่มงบประมาณในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อนำไปใช้จ่ายช่วยเหลือเกษตรกรที่มีสิทธิ แต่ยังไม่ได้รับเงินโอนในรอบก่อนหน้า ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 233,729 ครัวเรือน โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทำหน้าที่สำรองจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวก่อน เพื่อให้กระบวนการช่วยเหลือเกษตรกรเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุด และบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการอย่างแท้จริง

เงื่อนไขและอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือ เกษตรกรรับสูงสุด 10,000 บาท

สำหรับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีในครั้งนี้ ยังคงยึดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการช่วยเหลือเช่นเดิม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านต้นทุนการผลิตและส่งเสริมศักยภาพการเพาะปลูกอย่างเหมาะสม โดยมีรายละเอียดอัตราการจ่ายเงิน ดังนี้

  • อัตราเงินช่วยเหลือ จ่ายตรงเข้าบัญชีเกษตรกรในอัตรา ไร่ละ 1,000 บาท
  • โควตาพื้นที่รับสิทธิ กำหนดให้รับเงินช่วยเหลือได้ ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่
  • วงเงินช่วยเหลือสูงสุด แต่ละครัวเรือนจะได้รับเงินช่วยเหลือ สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
  • ช่องทางการโอนเงิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของเกษตรกรที่ได้รับสิทธิโดยตรง

ทั้งนี้ ในภาพรวมของโครงการทั้งหมด รัฐบาลวางเป้าหมายครอบคลุมเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีทั่วประเทศประมาณ 4.63 ล้านครัวเรือน คิดเป็นพื้นที่เพาะปลูกที่ได้รับสิทธิช่วยเหลือรวมแล้วกว่า 36.77 ล้านไร่

ทำไมต้องเพิ่มงบประมาณ? เปิดสาเหตุกลุ่มเกษตรกรตกหล่น 2.3 แสนครัวเรือน

หลายท่านอาจสงสัยว่า เหตุใดจึงต้องมีการปรับเพิ่มกรอบวงเงินงบประมาณในครั้งนี้? จากการเปิดเผยของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า สาเหตุหลักมาจากกระบวนการตรวจสอบและประมวลผลข้อมูลหลังจากการโอนเงินช่วยเหลือให้แก่เกษตรกรในรอบแรกแล้วเสร็จ

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับกลุ่มเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับเงิน ดังนี้

  1. กลุ่มเกษตรกรที่ปรับปรุงข้อมูลทะเบียน (113,523 ครัวเรือน) เกิดจากการที่เกษตรกรได้ดำเนินการปรับปรุง แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรและข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกจริง ให้ถูกต้องตรงตามหลักเกณฑ์ ซึ่งเมื่อผ่านการตรวจสอบสิทธิย้อนหลังแล้ว พบว่าเป็นผู้ที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอย่างถูกต้อง
  2. กลุ่มเกษตรกรเป้าหมายเดิมที่ยังตกหล่น เป็นเกษตรกรที่มีชื่ออยู่ในกลุ่มเป้าหมายเดิมตั้งแต่แรก แต่ยังไม่ได้รับเงินโอนเนื่องจากติดขัดปัญหาในกระบวนการตรวจสอบเอกสาร ความซ้ำซ้อนของข้อมูล หรือปัญหาทางเทคนิคเรื่องบัญชีธนาคาร

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องปรับเพิ่มกรอบวงเงินโครงการ เพื่อให้สามารถกระจายเงินช่วยเหลือไปถึงมือเกษตรกรผู้มีสิทธิทุกรายอย่างทั่วถึง โดยไม่มีใครต้องถูกตัดสิทธิไปอย่างน่าเสียดาย

ปรับเพิ่มงบรวมทะลุ 3.9 หมื่นล้าน พร้อมขยายเวลาโครงการถึงสิ้นปี 2569

เพื่อให้การดำเนินงานทางกฎหมายและการคลังเป็นไปอย่างถูกต้อง ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเห็นชอบให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการทบทวนรายละเอียดโครงการตามมติ ครม. เดิม (เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568) โดยมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ 2 ประการ ดังนี้

  1. ปรับกรอบวงเงินงบประมาณโครงการ ปรับเพิ่มจากวงเงินเดิม 37,906.20 ล้านบาท ขึ้นเป็น 39,452.18 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 1,544.98 ล้านบาท) เพื่อรองรับการโอนเงินให้แก่เกษตรกรกลุ่มตกหล่นที่มีสิทธิเพิ่มขึ้น
  2. ขยายระยะเวลาดำเนินโครงการ ปรับขยายกรอบเวลาการดำเนินโครงการ จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2569 ขยายออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ ธ.ก.ส. มีระยะเวลาเพียงพอในการตรวจสอบบัญชีและดำเนินการโอนเงินให้ครบถ้วนทุกครัวเรือน

สิ่งที่เกษตรกรต้องรู้และข้อควรปฏิบัติ

สำหรับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีที่เคยขึ้นทะเบียนไว้ แต่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือในรอบที่ผ่านมา สิ่งสำคัญที่ต้องรับทราบและเตรียมความพร้อม มีดังนี้

  • ตรวจสอบสิทธิ เกษตรกรที่ผ่านการตรวจสอบหลักเกณฑ์และได้รับการยืนยันสิทธิ จะได้รับเงินช่วยเหลือในอัตราไร่ละ 1,000 บาท สูงสุด 10,000 บาทอย่างแน่นอน
  • ตรวจสอบบัญชี ธ.ก.ส. ควรตรวจสอบให้มั่นใจว่าบัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส. ที่แจ้งไว้ยังคงมีสถานะเปิดใช้งานปกติ และชื่อ-นามสกุล ตรงกับฐานข้อมูลขึ้นทะเบียนเกษตรกร เพื่อป้องกันปัญหาการโอนเงินไม่สำเร็จ
  • ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ธ.ก.ส. และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะประกาศรอบการโอนเงินเข้าบัญชีอย่างเป็นทางการในลำดับถัดไป เกษตรกรสามารถตรวจสอบสถานะการโอนเงินได้ผ่านแอปพลิเคชันของ ธ.ก.ส. หรือระบบตรวจสอบสิทธิของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การอนุมัติเพิ่มงบประมาณและขยายเวลาโครงการในครั้งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องเกษตรกรไทย โดยมุ่งเน้นความถูกต้อง ครอบคลุม และไม่ทิ้งเกษตรกรรายใดไว้ข้างหลัง