วันอังคาร ที่ 29 กันยายน 2569

Login
Login

น้ำในเขื่อนจุเกือบเต็ม! 8 จังหวัด รับมือน้ำล้นตลิ่ง ถึง 4 ต.ค. นี้

สทนช. เผยน้ำในเขื่อนทั่วประเทศแตะ 78% เตือน 8 จังหวัดริมแม่น้ำสายหลัก รับมือน้ำเอ่อล้นตลิ่งจากฝนตกและน้ำทะเลหนุนสูง ถึง 4 ต.ค. นี้

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้สรุปรายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 29 กันยายน 2569 โดยภาพรวมฝนของประเทศเริ่มมีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก พร้อมออกประกาศเตือนภัยให้ประชาชนในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา และ 8 จังหวัดริมแม่น้ำสายหลัก เตรียมพร้อมรับมือปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ร่วมกับปริมาณน้ำเหนือหลากในช่วงท้ายสัปดาห์นี้

สถานการณ์ฝนตกสูงสุดรายภาค

จากปริมาณน้ำฝนสะสมในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบว่ามีฝนตกหนักกระจายตัวในหลายพื้นที่ โดยจังหวัดที่วัดปริมาณฝนสูงสุดในแต่ละภาค มีดังนี้

  • ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ปริมาณฝนสูงสุด 203 มิลลิเมตร (เกิดฝนตกหนักมากในพื้นที่)
  • ภาคตะวันออก จ.ระยอง ปริมาณฝนสูงสุด 116 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันตก จ.ราชบุรี ปริมาณฝนสูงสุด 94 มิลลิเมตร
  • ภาคกลาง จ.ลพบุรี ปริมาณฝนสูงสุด 72 มิลลิเมตร
  • ภาคใต้ จ.นครศรีธรรมราช ปริมาณฝนสูงสุด 59 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อุบลราชธานี ปริมาณฝนสูงสุด 30 มิลลิเมตร

แนวโน้มสภาพอากาศและคาดการณ์ปริมาณฝน

ภาพรวมสภาพอากาศในวันนี้ (29 ก.ย. 69)

ประเทศไทยเริ่มมีฝนลดลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม พื้นที่ด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ยังคงต้องระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักบางแห่ง

คาดการณ์ช่วงวันที่ 30 กันยายน - 4 ตุลาคม 2569

พื้นที่ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางแห่ง เนื่องจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ประกอบกับมีกระแสลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้าปกคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ทำให้ยังคงมีฝนกระจายตัวต่อเนื่องตลอดช่วงสัปดาห์

ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศขณะนี้ มีปริมาณน้ำรวมคิดเป็น 78% ของความจุเก็บกัก (คิดเป็นปริมาณน้ำ 62,643 ล้านลูกบาศก์เมตร) โดยแบ่งเป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 68% (คิดเป็น 38,523 ล้านลูกบาศก์เมตร)

สรุปปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำแยกตามรายภาค

  1. ภาคตะวันตก มีปริมาณน้ำสะสมสูงสุดอยู่ที่ 25,574 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 90% ของความจุ)
  2. ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำสะสม 2,821 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 89% ของความจุ)
  3. ภาคเหนือ มีปริมาณน้ำสะสม 19,588 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 71% ของความจุ)
  4. ภาคกลาง มีปริมาณน้ำสะสม 1,311 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 70% ของความจุ)
  5. ภาคใต้ มีปริมาณน้ำสะสม 5,324 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 70% ของความจุ)
  6. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำสะสม 8,025 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 66% ของความจุ)

สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา (อัปเดต ณ เวลา 06.00 น.)

การบริหารจัดการน้ำและการเฝ้าระวังระดับน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีสถานการณ์ตามจุดวัดน้ำสำคัญดังนี้

  • สถานี P.17 (อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์) ระดับน้ำปัจจุบันอยู่ที่ 36.38 เมตร รทก. ยังคงต่ำกว่าตลิ่ง 1.87 เมตร แต่มีแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น
  • สถานี N.67 (อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์) ระดับน้ำปัจจุบันอยู่ที่ 26.12 เมตร รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 2.09 เมตร มีแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้นเช่นกัน
  • สถานี C.2 (อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์) มี ปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,038 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำอยู่ที่ 22.84 เมตร รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.86 เมตร)

การระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา

ปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยาคงอัตราการระบายน้ำอยู่ที่ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยวัดระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +17.66 เมตร รทก. และระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ +14.67 เมตร รทก. ซึ่งยังคงต้องติดตามการระบายน้ำอย่างใกล้ชิดเพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อน

ประกาศแจ้งเตือนภัย เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงและน้ำเอ่อล้นตลิ่ง 8 จังหวัด

สทนช. ออกประกาศแจ้งเตือนภัย ให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวัง ปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ในช่วงวันที่ 29 กันยายน - 4 ตุลาคม 2569

เนื่องจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมบริเวณทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่งผลให้คลื่นลมมีกำลังแรงขึ้น ปัจจัยนี้เมื่อมาประจวบเหมาะกับมวลน้ำเหนือหลากที่กำลังไหลลงมาสมทบ จะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

พื้นที่เสี่ยงภัยริมแม่น้ำที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

แม่น้ำ 4 สายหลัก ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา, แม่น้ำบางปะกง, แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง อาจเกิดภาวะน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ริมน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่

  1. กรุงเทพมหานคร
  2. สมุทรปราการ
  3. นนทบุรี
  4. ปทุมธานี
  5. นครปฐม
  6. สมุทรสาคร
  7. สมุทรสงคราม
  8. ฉะเชิงเทรา

ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยริมแม่น้ำ สิ่งปลูกสร้างที่ไม่มีแนวคันกั้นน้ำ และพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ยกของขึ้นที่สูง เฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด และติดตามประกาศเตือนภัยจาก สทนช. และหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง

 

ข้อมูล : สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)