วันอังคาร ที่ 29 กันยายน 2569

Login
Login

ยกของขึ้นที่สูง 20 อำเภอเสี่ยง เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเพิ่ม

สทนช. เตือน 20 อำเภอเสี่ยงท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเตรียมยกของขึ้นที่สูง หลังปรับระบายน้ำเป็น 2,200 ลบ.ม./วิ ทำระดับน้ำเอ่อสูงขึ้น

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศ ฉบับที่ 7/2569 แจ้งเตือนประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ให้เฝ้าระวังผลกระทบจากการปรับเพิ่มปริมาณการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปริมาณน้ำจากทางตอนบนและลุ่มน้ำสาขามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาคาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นอีกประมาณ 1.00 ถึง 1.20 เมตร จึงขอให้พื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำหลากอย่างทันท่วงที

เปิดสาเหตุจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา

จากการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่องของ สทนช. พบว่า ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ในอัตราสูงถึง 1,800 - 2,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ที่ผ่านมา ชลประทานได้บริหารจัดการน้ำโดยใช้พื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยาในการชะลอน้ำ และผันน้ำเข้าสู่คลองชลประทานทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกอย่างเต็มศักยภาพของระบบคลอง รวมแล้วประมาณ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง

อย่างไรก็ตาม เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี P.7A อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากเดิม 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พุ่งสูงขึ้นเป็น 1,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับมีมวลน้ำจากลุ่มน้ำสะแกกรังไหลมาสมทบเพิ่มเติม ทำให้ปริมาณน้ำไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นไปอย่างรวดเร็ว มวลน้ำสะสมทั้งในพื้นที่ตอนบนและตอนล่างของลุ่มน้ำปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เพื่อเป็นการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบ และป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับโครงสร้างป้องกันน้ำท่วม สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตรา 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งการปรับเพิ่มการระบายน้ำในครั้งนี้ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาด้านท้ายเขื่อน ให้มีระดับสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกราว 1.00 - 1.20 เมตร

เปิดรายชื่อ 6 จังหวัด พื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด

จากผลกระทบของการปรับเพิ่มการระบายน้ำดังกล่าว สทนช. ได้ระบุพื้นที่เสี่ยงริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่นอกคันกั้นน้ำที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในพื้นที่ 6 จังหวัด รวม 20 อำเภอ ดังนี้

  1. จังหวัดชัยนาท อำเภอสรรพยา
  2. จังหวัดสิงห์บุรี อำเภอเมืองสิงห์บุรี, อำเภอพรหมบุรี และอำเภออินทร์บุรี
  3. จังหวัดอ่างทอง อำเภอเมืองอ่างทอง, อำเภอไชโย, อำเภอป่าโมก และอำเภอวิเศษชัยชาญ
  4. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา, อำเภอบางซ้าย, อำเภอเสนา, อำเภอผักไห่, อำเภอบางบาล, อำเภอบางปะอิน, อำเลอดลาดบัวหลวง และอำเภอบางไทร
  5. จังหวัดปทุมธานี อำเภอเมืองปทุมธานี และอำเภอสามโคก
  6. จังหวัดนนทบุรี อำเภอเมืองนนทบุรี, อำเภอบางกรวย และอำเภอปากเกร็ด

ยกของขึ้นที่สูง 20 อำเภอเสี่ยง เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเพิ่ม

สทนช. สั่งการ 3 มาตรการด่วน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ

เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำหลากและลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สทนช. ได้ประสานและขอความร่วมมือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปฏิบัติตามมาตรการรับมือภัยพิบัติอย่างเคร่งครัด ดังนี้

1. ตรวจสอบคันกั้นน้ำ และปรับแผนบริหารจัดการน้ำเชิงรุก

ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งติดตาม ตรวจสอบ และซ่อมแซมแนวคันกั้นน้ำบริเวณริมแม่น้ำให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง พร้อมเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำเพื่อเปิดทางให้น้ำไหลได้สะดวก นอกจากนี้ ต้องวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ โดยควบคุมการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ เขื่อนระบายน้ำ และการบริหารน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ให้สัมพันธ์กับอิทธิพลการขึ้น-ลง ของน้ำทะเล เพื่อเร่งระบายน้ำและพร่องน้ำในลำน้ำ รองรับสถานการณ์ฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม

2. เตรียมความพร้อมกำลังพล เครื่องจักร และบูรณาการความช่วยเหลือ

จัดทำแผนเผชิญเหตุรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เจ้าหน้าที่救災 เครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย ให้พร้อมใช้งานได้ทันที เร่งลอกท่อระบายน้ำและกำจัดวัชพืชขวางทางน้ำในเขตชุมชน พร้อมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วนเพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้อย่างทันท่วงทีตลอด 24 ชั่วโมง

3. ประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าแก่ประชาชน

เน้นย้ำให้มีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง ผ่านทุกช่องทางสื่อสารในท้องถิ่น และแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าไปยังประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะชุมชนนอกคันกั้นน้ำและผู้ประกอบการริมแม่น้ำ เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัวยกของขึ้นที่สูง และพร้อมสำหรับการอพยพย้ายไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์วิกฤต

ข้อแนะนำสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย

สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ 6 จังหวัดเสี่ยงภัยดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองสาขา ขอให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำดังต่อไปนี้ เพื่อความปลอดภัย

  1. ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ติดตามการแจ้งเตือนภัยและประกาศจากทางราชการ สทนช. กรมชลประทาน และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อย่างสม่ำเสมอ
  2. ขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง สำรวจสิ่งของเครื่องใช้ ยานพาหนะ และสัตว์เลี้ยง เพื่อเตรียมยกขึ้นที่สูงหรือย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัย
  3. ตรวจสอบระบบไฟฟ้า ตรวจสอบปลั๊กไฟและสายไฟในบ้าน โดยเฉพาะชั้นล่าง หากระดับน้ำเริ่มเอ่อท่วม ให้ทำการตัดกระแสไฟฟ้าในจุดที่เสี่ยงทันทีเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว
  4. เตรียมสิ่งของจำเป็น จัดเตรียมถุงยังชีพ น้ำดื่ม อาหารแห้ง ยารักษาโรคประจำตัว และยาสามัญประจำบ้านให้พร้อมใช้งานในกรณีฉุกเฉิน
  5. สังเกตระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง หากพบว่าระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกติหรือมีแนวโน้มไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน ให้ประสานขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานปกครองท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทันที

สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะยังคงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและประเมินแนวโน้มฝนอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริง และลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด