วันจันทร์ ที่ 28 กันยายน 2569

Login
Login

เปิดตัวเลขปริมาณน้ำ 6 ภาค เขื่อนไหนวิกฤต เขื่อนไหนยังรับน้ำได้อีก?

เจาะลึกตัวเลขปริมาณน้ำ 6 ภาคทั่วประเทศ! ส่องเช็กลิสต์อ่างเก็บน้ำ เขื่อนไหนจ่อวิกฤตความจุเกิน 80% และเขื่อนไหนยังพอมีพื้นที่รับน้ำฝนระลอกใหม่ได้อีก

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ ประจำวันที่ 28 กันยายน 2569 พร้อมประกาศแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม เผยปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำภาพรวมพุ่งสูงถึง 77% ของความจุ พร้อมจับตาการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด

สรุปสถานการณ์ฝนตกหนักรายภาค ระยอง-กาญจนบุรี อ่วมปริมาณฝนสะสมสูงสุด

จากการรายงานของ สทนช. พบว่าในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา หลายพื้นที่ของประเทศไทยเจอมรสุมและฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง โดยจังหวัดที่มีปริมาณฝนตกสูงสุดในแต่ละภาค ได้แก่

  • ภาคตะวันออก จ.ระยอง ครองแชมป์ฝนตกหนักที่สุดในประเทศ วัดปริมาณฝนได้สูงถึง 289 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี ปริมาณฝนสะสม 238 มิลลิเมตร
  • ภาคใต้ จ.ระนอง ปริมาณฝนสะสม 135 มิลลิเมตร
  • ภาคเหนือ จ.อุทัยธานี ปริมาณฝนสะสม 110 มิลลิเมตร
  • ภาคกลาง จ.สุพรรณบุรี ปริมาณฝนสะสม 92 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) จ.นครราชสีมา ปริมาณฝนสะสม 42 มิลลิเมตร

พยากรณ์อากาศและแนวโน้มสถานการณ์ฝน (29 ก.ย. - 3 ต.ค. 69)

สภาพอากาศวันนี้

พื้นที่ทางด้านตะวันตกของภาคกลางยังคงมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ในขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก เริ่มมีปริมาณฝนลดลงเล็กน้อย แต่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกสะสม

คาดการณ์ฝนช่วงวันที่ 29 กันยายน – 3 ตุลาคม 2569

ประเทศไทยโดยรวมจะมีแนวโน้มฝนลดลง อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักบางพื้นที่ทางด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง สาเหตุเกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่เคลื่อนผ่านประเทศไทย กำลังเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมประเทศเมียนมาและจะค่อยๆ อ่อนกำลังลงตามลำดับ

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำและเขื่อนทั่วประเทศ

ภาพรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ณ วันที่ 28 กันยายน 2569 มีปริมาณน้ำรวมอยู่ที่ 61,808 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 77% ของความจุเก็บกัก) โดยเป็น ปริมาณน้ำใช้การได้ 37,686 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 67%)

สรุป ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำแยกตามรายภาค

  • ภาคตะวันตก มีความจุสูงสุดอยู่ที่ 89% (ปริมาณน้ำ 25,188 ล้าน ลบ.ม.)
  • ภาคตะวันออก ปริมาณน้ำอยู่ที่ 85% (ปริมาณน้ำ 2,695 ล้าน ลบ.ม.)
  • ภาคเหนือ ปริมาณน้ำอยู่ที่ 71% (ปริมาณน้ำ 19,465 ล้าน ลบ.ม.)
  • ภาคใต้ ปริมาณน้ำอยู่ที่ 69% (ปริมาณน้ำ 5,308 ล้าน ลบ.ม.)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณน้ำอยู่ที่ 66% (ปริมาณน้ำ 7,913 ล้าน ลบ.ม.)
  • ภาคกลาง ปริมาณน้ำอยู่ที่ 66% (ปริมาณน้ำ 1,239 ล้าน ลบ.ม.)

อัปเดตสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา และการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา

การติดตามระดับน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ณ วันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 06.00 น. มีข้อมูลสำคัญประจำสถานีวัดน้ำต่างๆ ดังนี้

  • สถานี P.17 (อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์) ระดับน้ำปัจจุบันอยู่ที่ 35.80 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.45 เมตร) แนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้น
  • สถานี N.67 (อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์) ระดับน้ำปัจจุบันอยู่ที่ 26.06 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.15 เมตร) แนวโน้มระดับน้ำทรงตัว
  • สถานี C.2 (อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์) มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,904 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำอยู่ที่ 22.47 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 3.23 เมตร)

การบริหารจัดการน้ำเขื่อนเจ้าพระยา

ปัจจุบันมีการ ระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ที่อัตรา 1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยวัดระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +17.41 ม.รทก. และระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ +14.52 ม.รทก. ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อน ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

สทนช. ออกประกาศแจ้งเตือน 33 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ออกประกาศเตือนภัย ให้เฝ้าระวังน้ำหลากและน้ำท่วมขัง ในช่วงวันที่ 26 - 30 กันยายน 2569 โดยเฉพาะในเขตชุมชนเมืองที่มีปัญหาน้ำท่วมขังเป็นประจำ รวมถึงพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม เนื่องจากปริมาณฝนตกหนักสะสม

รายชื่อ 33 จังหวัด พื้นที่เสี่ยงภัยที่ต้องเฝ้าระวังพิเศษ

  • ภาคเหนือ 6 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน, ตาก, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, อุทัยธานี, นครสวรรค์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา, สุรินทร์, ศรีสะเกษ
  • ภาคกลางและปริมณฑล 8 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท, ลพบุรี, สุพรรณบุรี, สระบุรี, ปทุมธานี, นนทบุรี, กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ
  • ภาคตะวันตก 4 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี, ราชบุรี, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์
  • ภาคตะวันออก 7 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา, นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้ 1 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส

ข้อปฏิบัติตนและคำแนะนำสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

  1. ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศ และประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการและ สทนช. อย่างใกล้ชิด
  2. เตรียมพร้อมยกของขึ้นที่สูง หากอาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำ หรือพื้นที่ประวัติศาสตร์น้ำท่วมซ้ำซาก
  3. ตรวจสอบระบบระบายน้ำ ปรับปรุงและทำความสะอาดขยะสิ่งอุดตันบริเวณทางระบายน้ำรอบบ้าน
  4. ระวังอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว หากมีน้ำท่วมขังภายในบ้าน ให้สับคัตเอาต์ตัดกระแสไฟฟ้าในจุดที่น้ำท่วมถึงทันที

 

ข้อมูล : สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ