สทนช. เตือนภัย! น้ำทะเลหนุนสูงซ้ำเติมน้ำเหนือหลาก 29 ก.ย. - 4 ต.ค. 69 เฝ้าระวัง 8 จังหวัด 4 ลุ่มน้ำเสี่ยงเอ่อท่วม เตือนกระทบสุขุมวิท-พระราม 2
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉินให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ตอนบน ร่วมกันเฝ้าระวังสถานการณ์ น้ำทะเลหนุนสูง ร่วมกับมวลน้ำเหนือหลาก ในช่วงวันที่ 29 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม 2569 ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้ระดับน้ำในแม่น้ำปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ตลิ่งต่ำ ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ และเส้นทางคมนาคมสายหลัก
วิเคราะห์ 2 ปัจจัยซ้ำเติม ทำระดับน้ำวิกฤต
จากรายงานของ สทนช. ระบุว่า ปรากฏการณ์ระดับน้ำเพิ่มสูงในรอบนี้เกิดจากการผนึกกำลังของ 2 ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยา ได้แก่
1. อิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรง มรสุมพัดปกคลุมบริเวณทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่งผลให้คลื่นลมมีกำลังแรง ดันให้น้ำทะเลหนุนสูงเข้าสู่ปากแม่น้ำมากกว่าปกติ
2. มวลน้ำหลากสะสมจากตอนบน ปริมาณฝนที่ตกสะสมในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำ ส่งผลให้มีมวลน้ำหลากไหลลงสู่พื้นที่ภาคกลางตอนล่างเพื่อออกสู่อ่าวไทย เมื่อมวลน้ำเหนือไหลมาปะทะกับน้ำทะเลหนุนสูง จึงเกิดปรากฏการณ์น้ำดัน มวลน้ำไม่สามารถระบายออกสู่ทะเลได้สะดวก จนเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ริมแม่น้ำ
เปิดพิกัด 4 ลุ่มน้ำ และ 8 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงภัย
สทนช. ประเมินว่าปรากฏการณ์น้ำหนุนครั้งนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อ 4 ลุ่มน้ำสำคัญ ในภาคกลาง ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา, แม่น้ำบางปะกง, แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง
สำหรับพื้นที่ 8 จังหวัด ที่ต้องเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมืออย่างใกล้ชิด ได้แก่
- กรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ, แนวฟันหักบวม, ตลาดเก่าริมน้ำ
- นนทบุรี เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา, พื้นที่ตลิ่งต่ำริมคลองสาขา
- ปทุมธานี เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงพื้นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง
- สมุทรปราการ เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงพื้นที่ปากอ่าว, ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำบางปะกง
- สมุทรสาคร เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงชุมชนริมแม่น้ำท่าจีน, พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
- นครปฐม เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนริมแม่น้ำท่าจีน
- สมุทรสงคราม เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงชุมชนริมแม่น้ำแม่กลอง, สวนผลไม้ริมน้ำ
- ฉะเชิงเทรา ชุมชนริมแม่น้ำบางปะกงและคลองสาขา
เตือนผู้ใช้รถใช้ถนน 3 เส้นทางหลัก เสี่ยงน้ำท่วมขังการจราจร
นอกจากพื้นที่อยู่อาศัยแล้ว สทนช. ยังเน้นย้ำเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง เนื่องจากระดับน้ำหนุนสูงอาจเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นผิวการจราจร ทำให้การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก และอาจเกิดอุบัติเหตุได้ บน 3 เส้นทางสายหลัก ได้แก่
- ถนนสุขุมวิท (โดยเฉพาะช่วงจังหวัดสมุทรปราการ)
- ถนนสุขสวัสดิ์ (ช่วงเขตราษฎร์บูรณะ - พระประแดง)
- ถนนพระราม 2 (ช่วงจังหวัดสมุทรสาคร - สมุทรสงคราม)
มาตรการรับมือของภาครัฐ และข้อแนะนำสำหรับประชาชน
การดำเนินการของหน่วยงานภาครัฐ
สทนช. ได้ประสานงานไปยังกรมชลประทาน, กรุงเทพมหานคร, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 8 จังหวัด เพื่อดำเนินมาตรการเชิงรุก
- ตรวจความแข็งแรงของคันกั้นน้ำ เสริมแนวกระสอบทรายในจุดที่เป็น "แนวฟันหัก" หรือจุดที่ไม่มีแนวกั้นน้ำถาวร
- เดินเครื่องสูบน้ำ เตรียมพร้อมระบบระบายน้ำและประตูน้ำทุกจุดให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
- จัดเตรียมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักร พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดเหตุฉุกเฉิน
ข้อแนะนำการปฏิบัติสำหรับประชาชน
- ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ ควรียกของมีค่าและอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นที่สูงทันที
- ตรวจสอบระบบไฟฟ้า ตัดกระแสไฟฟ้าในจุดที่น้ำอาจท่วมถึงเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟรั่ว
- ติดตามข่าวสาร ตรวจสอบตารางเวลาน้ำขึ้น-น้ำลง จากกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ และประกาศเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
ข้อมูล : สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ





