วันพฤหัสบดี ที่ 24 กันยายน 2569

Login
Login

กทม.-ปภ. ปรับระบบใหม่เยียวยาภัยพิบัติ ใช้บัตรประชาชนใบเดียวจบ

กทม. จับมือ ปภ. ปรับระบบช่วยผู้ประสบภัย ยื่นข้อมูล Single Entry ใช้บัตรประชาชนใบเดียวจบ ประเมินไว เบิกจ่ายงบถึงมือประชาชนรวดเร็วขึ้น

กรุงเทพมหานคร และ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมผนึกกำลังครั้งสำคัญ มุ่งยกกระดับระบบการบริหารจัดการวิกฤตและสาธารณภัยในพื้นที่เมืองหลวง จัดการประชุมจัดทำแนวทางการปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2569 เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันให้เป็นมาตรฐานเดียว (Standard Operating Procedure: SOP) ลดขั้นตอนความซ้ำซ้อน และเพิ่มความเร็วในการส่งมอบเงินช่วยเหลือและสิ่งของอุปโภคบริโภคให้ถึงมือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบอย่างไร้รอยต่อ

เดินหน้าจัดทำ SOP มาตรฐานเดียว รองรับภัยพิบัติทุกรูปแบบ

การประชุมครั้งสำคัญนี้จัดขึ้น ณ ห้องประชุม BMA Command Center ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) โดยมี นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมเป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารและตัวแทนหน่วยงานสำคัญ อาทิ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, สำนักการคลัง, สำนักการโยธา, สำนักพัฒนาสังคม, สำนักงานกฎหมายและคดี ตลอดจนตัวแทนสำนักงานเขตจากทั้ง 6 กลุ่มเขตของ กทม. เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

เป้าหมายหลักของการหารือคือการสร้าง "แนวทางการปฏิบัติงานมาตรฐาน" (SOP) ที่มีความยืดหยุ่น ครอบคลุม และสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงกับสาธารณภัยทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น อุทกภัย (น้ำท่วม), อัคคีภัย (ไฟไหม้), วาตภัย (พายุลมแรง) หรือแผ่นดินไหว โดยกำหนดบทบาทและขอบเขตความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานอย่างชัดเจน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ดังนี้

  1. การลงพื้นที่สำรวจและประเมินความเสียหาย
  2. การประสานงานระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  3. ขั้นตอนการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย
  4. การประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน
  5. กระบวนการขอรับ ยื่นเรื่อง และเบิกจ่ายเงินงบประมาณช่วยเหลือ

การวางระบบ SOP ดังกล่าวจะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายและการทำงานในอดีต ทำให้การทำงานระหว่าง กทม. และ ปภ. สอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์แบบ เกิดความแม่นยำ และโปร่งใสในทุกขั้นตอน

ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง กระจายอำนาจระดับเขต ลดความลังเลในการตัดสินใจ

นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. ได้เน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญของการทำงานในครั้งนี้ว่า กรุงเทพมหานครมุ่งมั่นที่จะทำให้ขั้นตอนในระดับปฏิบัติติการมีความชัดเจนสูงสุด โดยเฉพาะการให้อำนาจแก่ สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ในการพิจารณาและประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย

"หากเกณฑ์การพิจารณาและขอบเขตอำนาจตามกฎหมายมีความชัดเจน ผู้อำนวยการเขตและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จะสามารถตัดสินใจสั่งการและช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีด้วยความมั่นใจ ไม่เกิดภาวะลังเลหรือการส่งต่อเรื่องไปมาระหว่างหน่วยงาน ซึ่งมักเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้การช่วยเหลือถึงมือประชาชนล่าช้า" รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุ พร้อมย้ำวิสัยทัศน์การทำงานว่า "ถ้าเราเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง อะไรที่ประชาชนได้ประโยชน์มากที่สุด เอาอันนั้นไปก่อน"

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาประเด็นการบริหารและ เบิกจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เกิดภัยพิบัติขึ้นพร้อมกันหลายจุดทั่วกรุงเทพมหานคร การปรับเกณฑ์ใหม่นี้จะช่วยให้แต่ละเขตสามารถดำเนินกระบวนการเบิกจ่ายงบประมาณช่วยเหลือได้ทันที โดยไม่โดนรั้งรอหรือติดขัดเงื่อนไขจากการดำเนินงานของพื้นที่ข้างเคียง

ปฏิวัติระบบบริการด้วยดิจิทัล: ชู "Single Entry" ยื่นครั้งเดียวจบ

เพื่อตอบโจทย์ยุคดิจิทัลและแก้ปัญหาความยุ่งยากของประชาชนผู้ประสบภัย ที่ประชุมได้เสนอการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ผ่านระบบ Single Entry (ยื่นข้อมูลแบบครั้งเดียว)

ที่ผ่านมา ผู้ประสบภัยมักต้องเตรียมเอกสารและยื่นเรื่องซ้ำซ้อนกับหลายหน่วยงาน ส่งผลให้เกิดความล่าช้าและมีโอกาสเกิดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูล โดยระบบใหม่นี้จะช่วยให้ประชาชนยื่นเอกสารเพียงครั้งเดียว แล้วระบบจะกระจายและส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ รองผู้ว่าฯ กทม. ยังได้เสนอให้มีการ เชื่อมโยงข้อมูลกับบัตรประจำตัวประชาชน (Smart Card) เข้ากับฐานข้อมูลของภาครัฐ เพื่อลดภาระการจัดเตรียมเอกสารสำเนาและการกรอกข้อมูลส่วนบุคคล ทำให้ประชาชนที่กำลังเดือดร้อนสามารถเข้าถึงสิทธิและการช่วยเหลือได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำที่สุด

ตั้งทีมประเมินความเสียหายบูรณาการ (Multi-disciplinary Team) ในระดับเขต

อีกหนึ่งนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติที่ถูกยกขึ้นมาหารือ คือแนวคิดการจัดตั้ง "ทีมประเมินความเสียหายและความเสี่ยงระดับเขต" ซึ่งเป็นการดึงบุคลากรผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสายงานมาร่วมทำงานเป็นทีมเดียว ได้แก่:

  • ฝ่ายโยธา รับหน้าที่ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคารและสิ่งก่อสร้าง
  • ฝ่ายปกครอง รับหน้าที่ดูแลด้านทะเบียน สิทธิ และการประสานงานชุมชน
  • ฝ่ายสาธารณสุข รับหน้าที่ดูแลสุขอนามัย สภาพจิตใจ และผู้ป่วยในพื้นที่ประสบภัย

การรวมพลังของทีมบูรณาการนี้ จะช่วยให้การสำรวจ ตรวจสอบ และประเมินความเสียหายในพื้นที่ทำได้อย่างครอบคลุม รอบด้าน และมีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจน ส่งผลให้การอนุมัติเงินช่วยเหลือและการเบิกจ่ายงบประมาณดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ไม่ซ้ำซ้อน และตรงตามสภาพความจริงของความเสียหายที่เกิดขึ้น

รองรับระเบียบกระทรวงการคลังใหม่ ยกระดับมาตรฐานการช่วยเหลือนครหลวง

การร่วมมือระหว่าง กรุงเทพมหานคร และ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในครั้งนี้ ดำเนินการอย่างสอดคล้องและยึดมั่นตาม ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568 และ แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564–2570

การปรับปรุงกระบวนการทำงานให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน (SOP) ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดขั้นตอนทางราชการและขจัดอุปสรรคด้านเอกสารลงได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังเป็นการวางรากฐานการบริหารจัดการภัยพิบัติเมืองหลวงให้มีความพร้อม รับมือกับความท้าทายจากสภาพอากาศแปรปรวนและภัยธรรมชาติในอนาคตได้อย่างยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนคนกรุงเทพฯ ได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด รวดเร็วที่สุด และเท่าเทียมกันทุกพื้นที่

#กทม #ปภ #ภัยพิบัติกทม #ช่วยเหลือผู้ประสบภัย #SingleEntry #SOPบริหารจัดการภัย #กทม2569 #กรุงเทพมหานคร #ความปลอดภัยคนกรุง #BMACommandCenter