สทนช. สรุปสถานการณ์น้ำ 24 ก.ย. 69 เตือน 8 จังหวัดภาคตะวันออกรับมือฝนตกหนัก-เสี่ยงอุทกภัยฉับพลัน พร้อมเช็ก 5 เขื่อนใหญ่น้ำวิกฤตเหลือน้อย!
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยรายงานสรุปสถานการณ์น้ำในภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 เผยพื้นที่ภาคตะวันออก ชลบุรี เผชิญฝนตกหนักที่สุดในประเทศ วัดปริมาณน้ำฝนได้สูงถึง 174 มิลลิเมตร พร้อมออกประกาศเตือนภัยเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคตะวันออกอย่างใกล้ชิด ระหว่างวันที่ 22 - 27 กันยายน 2569 ขณะที่สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศภาพรวมยังคงปลอดภัย ปริมาณน้ำรวมอยู่ที่ 74% ของความจุเก็บกัก ยืนยันมีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคและการเกษตรไปจนถึงสิ้นสุดฤดูแล้ง ปี 2569/2570
เช็กปริมาณฝนสะสมสูงสุดรายภาค ชลบุรีแชมป์ฝนตกหนักสุดในไทย
จากรายงานของ สทนช. พบว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนตกหนักกระจายตัวในหลายพื้นที่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย โดยจังหวัดที่มีปริมาณฝนตกสะสมสูงสุดในแต่ละภาค มีดังนี้
- ภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ถึง 174 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีฝนตกหนักมากที่สุดของประเทศไทยในวันนี้
- ภาคกลาง จังหวัดชัยนาท มีปริมาณฝนสะสม 91 มิลลิเมตร
- ภาคใต้ จังหวัดพังงา มีปริมาณฝนสะสม 89 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) จังหวัดอุบลราชธานี มีปริมาณฝนสะสม 84 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันตก จังหวัดราชบุรี มีปริมาณฝนสะสม 61 มิลลิเมตร
- ภาคเหนือ จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณฝนสะสม 54 มิลลิเมตร
รายงานสภาพอากาศวันนี้และคาดการณ์ฝนตกหนัก 25 - 27 ก.ย. 69
สภาพอากาศวันนี้ (24 ก.ย. 69)
อิทธิพลของมวลอากาศและระบบมรสุมส่งผลให้พื้นที่ ภาคเหนือตอนล่าง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ภาคกลาง (รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล) และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมขังและน้ำท่วมฉับพลัน ขณะที่ ภาคใต้ ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้ตอนบน
แนวโน้มสภาพอากาศและคาดการณ์ฝน (25 - 27 ก.ย. 69)
สทนช. คาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 25 ถึง 27 กันยายน 2569 สภาพอากาศจะยังคงมีความแปรปรวนสูง โดยบริเวณ ภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง, ภาคกลาง, ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะยังคงมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีโอกาสเกิดฝนตกหนักมากบางแห่ง ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยควรติดตามประกาศเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
สรุปสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำภาพรวมทั่วประเทศ
ภาพรวมสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ณ วันที่ 24 กันยายน 2569 ยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถบริหารจัดการได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ปริมาณน้ำรวมทั้งประเทศ มีปริมาณน้ำคงเหลือ 59,529 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือคิดเป็น 74% ของความจุเก็บกักรวม
- ปริมาณน้ำใช้การได้ มีจำนวน 35,408 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือคิดเป็น 63% ของความจุใช้การ
ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำแบ่งตามรายภาค
- ภาคตะวันตก ปริมาณน้ำ 24,609 ล้าน ลบ.ม. (87%) เป็นภาคที่มีสัดส่วนน้ำสะสมสูงสุด
- ภาคเหนือ ปริมาณน้ำ 19,053 ล้าน ลบ.ม. (69%)
- ภาคใต้ ปริมาณน้ำ 5,273 ล้าน ลบ.ม. (69%)
- ภาคตะวันออก ปริมาณน้ำ 2,101 ล้าน ลบ.ม. (66%)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณน้ำ 7,470 ล้าน ลบ.ม. (62%)
- ภาคกลาง ปริมาณน้ำ 1,023 ล้าน ลบ.ม. (54%)
อ่างเก็บน้ำเฝ้าระวัง แหล่งน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางที่มีน้ำน้อย
แม้ว่าภาพรวมปริมาณน้ำในประเทศจะอยู่ในระดับ 74% แต่ สทนช. ได้เปิดเผยรายชื่ออ่างเก็บน้ำที่ต้องเฝ้าระวังเนื่องจากมีปริมาณน้ำใช้การน้อยกว่า 30% หรือต่ำกว่าระดับควบคุมต่ำสุด (Lower Rule Curve) เพื่อเตรียมแผนรองรับภัยแล้งในอนาคต ดังนี้
แหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่ต้องเฝ้าระวัง รวม 5 แห่ง
- ภาคเหนือ เขื่อนทับเสลา
- ภาคกลาง เขื่อนกระเสียว
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขื่อนอุบลรัตน์, เขื่อนลำพระเพลิง และเขื่อนลำนางรอง
แหล่งน้ำขนาดกลางที่ต้องเฝ้าระวัง รวม 39 แห่ง
กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ ดังนี้
- ภาคเหนือ 1 แห่ง
- ภาคกลาง 4 แห่ง
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 14 แห่ง
- ภาคตะวันออก 5 แห่ง
- ภาคตะวันตก 10 แห่ง
- ภาคใต้ 5 แห่ง
ยืนยันมั่นคง สทนช. ยืนยันว่า ปริมาณน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบันจะ เพียงพอสำหรับกิจกรรมการใช้น้ำ ทั้งการอุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศ และการเกษตรกรรม ตลอดไปจนถึงสิ้นสุดฤดูแล้ง ปี 2569/2570 อย่างแน่นอน
ประกาศเตือนภัย สทนช. เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย 8 จังหวัดภาคตะวันออก (22 - 27 ก.ย. 69)
สทนช. ได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนใน พื้นที่ภาคตะวันออก 8 จังหวัด เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งอย่างใกล้ชิด ในช่วงวันที่ 22 - 27 กันยายน 2569 โดยมีพื้นที่เสี่ยงภัยแยกตามอำเภอ ดังนี้
- จังหวัดนครนายก อ.ปากพลี, อ.บ้านนา และ อ.เมืองนครนายก
- จังหวัดปราจีนบุรี อ.เมืองปราจีนบุรี, อ.นาดี, อ.กบินทร์บุรี และ อ.ประจันตคาม
- จังหวัดสระแก้ว อ.เมืองสระแก้ว และ อ.วัฒนานคร
- จังหวัดฉะเชิงเทรา อ.สนามชัยเขต และ อ.ท่าตะเกียบ
- จังหวัดชลบุรี อ.บ่อทอง, อ.ศรีราชา, อ.บางละมุง, อ.หนองใหญ่ และ อ.สัตหีบ
- จังหวัดระยอง อ.เมืองระยอง, อ.เขาชะเมา และ อ.บ้านค่าย
- จังหวัดจันทบุรี อ.มะขาม, อ.ท่าใหม่, อ.แก่งหางแมว, อ.โป่งน้ำร้อน, อ.ขลุง และ อ.เขาคิชฌกูฏ
- จังหวัดตราด อ.เมืองตราด, อ.เขาสมิง, อ.คลองใหญ่ และ อ.บ่อไร่
คำแนะนำสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย
-
ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ติดตามการแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ผ่านช่องทางทางการ
-
เตรียมพร้อมยกของขึ้นที่สูง ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำใน 8 จังหวัดภาคตะวันออก ควรเตรียมเคลื่อนย้ายทรัพย์สินและอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นที่สูง
-
ระวังอันตรายจากสัญจร หลีกเลี่ยงการขับขี่พาหนะผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังสูง หรือบริเวณที่มีกระแสน้ำไหลเชี่ยว
-
ตรวจสอบระบบระบายน้ำ เจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่เขตเมือง ร่วมกันตรวจสอบช่องระบายน้ำ ไม่ให้มีขยะหรือสิ่งกีดขวางทางน้ำ





