“เกียรติพงศ์” ยันชัด! กก.สรรหา กสทช. มีอำนาจชี้ขาด “หมอสรณ” โต้ปมสถานะ ย้ำยังไม่เกษียณ “ประพันธ์” จับตาศาลชี้ขาด 25 ก.ย.นี้
วันที่ 24 ก.ย.69 นายประพันธ์ คูณมี อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงกรณีที่ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษา ในคดีที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยื่นฟ้อง คณะกรรมการสรรหา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัย ที่ 1/2569 วันที่ 21 ก.ค. 2569 ว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งกรรมการ และประธาน กสทช. มาตั้งแต่ต้น ว่า ในชั้นการไต่สวนของศาลปกครองกลาง ซึ่งเป็นการเรียกพยานบุคคลมาให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมนั้น ฝ่ายผู้ฟ้องคดีมี นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ เข้าเบิกความ ขณะที่ฝ่ายผู้ถูกฟ้องคดีมีนายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ผู้พิพากษาในศาลฎีกา ในฐานะประธานกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. และนพ.ประวิตร ลี่สถาพรวงศา อดีตกรรมการ กสทช. ร่วมเข้าเป็นพยานนั้น
นายประพันธ์ ระบุว่า จากการพิจารณาคำเบิกความในชั้นไต่สวน ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ในประเด็นเรื่องการรับจ้างทำงานในโรงพยาบาล หรือการไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งเดิม ไม่ปรากฏหลักฐานใดๆ ที่ นพ.สรณ นำมาแสดงต่อศาล เพื่อยืนยันว่าตนเองได้ลาออกและปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม อย่างถูกต้อง ซึ่งหาก นพ.สรณ มีหลักฐาน ย่อมต้องนำหลักฐานการลาออกจากราชการหรือพนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติจากอธิการบดีมาแสดงต่อศาล เมื่อไม่มีหลักฐานดังกล่าว คดีจึงเหลือเพียงประเด็นข้อกฎหมายเรื่องอำนาจของคณะกรรมการสรรหาฯ ในการวินิจฉัยเท่านั้น
นอกจากนี้ ในประเด็นของ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นหนึ่งในคณะกรรมการสรรหาบอร์ด กสทช. ที่ถูกอ้างเรื่องการดำรงตำแหน่งนั้น คณะกรรมการกฤษฎีกาได้เคยมีคำวินิจฉัยไว้แล้วว่าเป็นกรณีการดำรงตำแหน่งโดยตำแหน่ง ไม่ใช่สรรหาโดยตัวบุคคล ดังนั้นประเด็นนี้ นพ.สรณ จึงไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
"ท่านประธานเกียรติพงศ์ ได้เดินทางไปเบิกความยืนยันต่อศาลด้วยตนเองว่า ท่านยังคงรับราชการอยู่ เนื่องจากท่านเกิดหลังเดือนตุลาคม ซึ่งข้าราชการที่จะเกษียณอายุวันที่ 30 กันยายน ต้องเกิดก่อนวันที่ 30 กันยายน ท่านจึงยังคงดำรงตำแหน่งและรับเงินเดือนเป็น ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ซึ่งมีทะเบียนประวัติทางราชการชัดเจน หากไม่ได้อยู่ ในราชการย่อมไม่สามารถรับเงินเดือนปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่ต้องไปรับเงินบำนาญแทน”นายประพันธ์ กล่าวและว่า
"ต้องดูว่าศาลปกครองกลางในการนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 25 ก.ย.นี้ จะมีคำวินิจฉัยแตกต่างจากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือไม่"





