วันพุธ ที่ 23 กันยายน 2569

Login
Login

สทนช. ถกรับมือน้ำหลากเจ้าพระยา เตือน 9 อำเภอ เสี่ยงน้ำท่วม

สทนช. ถกรับมือน้ำหลากช่วง 23-27 ก.ย. นี้ เขื่อนเจ้าพระยาจ่อปรับเพิ่มการระบายน้ำ ดันระดับน้ำสูงขึ้น เตือนลุ่มต่ำ 4 จังหวัด 9 อำเภอ เสี่ยงท่วม

วันนี้ (23 ก.ย. 69) นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 5/2569 ณ ห้องน้ำปิง ชั้น 4 อาคารชลพิพัฒน์ สทนช. ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในรูปแบบการประชุม ณ สถานที่จริง และการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ ประเมินวิเคราะห์แนวทางบริหารจัดการน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน ก่อนระบายลงสู่อ่าวไทยอย่างมีประสิทธิภาพ

กรมอุตุนิยมวิทยาขสสน. เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก 23-27 ก.ย. 69

เลขาธิการ สทนช. เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า การประเมินร่วมกันระหว่างกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. พบว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง บริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง กำลังเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออกของประเทศไทย

ในขณะเดียวกัน มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 23–27 กันยายน 2569 จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ครอบคลุมพื้นที่ risk area สำคัญ ได้แก่

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง
  • ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก
  • ภาคใต้ตอนบน

กรมชลประทานเสนอแผนปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา 1,500–2,000 ลบ.ม./วินาที

จากการติดตามและคาดการณ์ปริมาณน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา พบว่าในช่วงวันที่ 23–27 กันยายน 2569 จะมีมวลน้ำหลากจากตอนบนของลุ่มน้ำไหลผ่าน สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ ในอัตราสูงถึง 1,802 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที)

เพื่อยับยั้งและบริหารจัดการมวลน้ำดังกล่าว กรมชลประทาน (ชป.) จึงเสนอแผนการบริหารจัดการน้ำ ดังนี้

  1. ปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ให้อยู่ในเกณฑ์ 1,500 – 2,000 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.70 – 1.70 เมตร
  2. ผันน้ำออกสองฝั่ง ดำเนินการผันน้ำออกทางฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกไปพร้อมกัน เพื่อกระจายภาระการระบายน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำหลัก

เปิดพิกัดพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 4 จังหวัด 9 อำเภอ

การปรับเพิ่มปริมาณการระบายน้ำดังกล่าว จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่ 4 จังหวัด 9 อำเภอ ซึ่งทางกรมชลประทานได้ทำหนังสือประกาศแจ้งเตือนไปยังจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยเรียบร้อยแล้ว ดังนี้:

1. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

  • อำเภอเสนา ตำบลเสนา, ตำบลเจ้าเจ็ด, ตำบลเจ้าเสด็จ, ตำบลบ้านแถว
  • อำเภอบางบาล ตำบลไทรน้อย, ตำบลวัดยม, ตำบลสะพานไทย, ตำบลพระขาว
  • อำเภอบางไทร ตำบลช้างใหญ่
  • อำเภอบางปะอิน ตำบลคลองจิก

2. จังหวัดอ่างทอง

  • อำเภอเมืองอ่างทอง ตำบลตลาดกรวด, ตำบลบ้านแห, ตำบลจำปาหล่อ
  • อำเภอไชโย ตำบลไชโย, ตำบลไชยภูมิ, ตำบลหลักฟ้า, ตำบลราชสถิตย์, ตำบลจระเข้ร้อง, ตำบลเทวราช, ตำบลชัยฤทธิ์

3. จังหวัดสิงห์บุรี

  • อำเภออินทร์บุรี ตำบลชีน้ำร้าย, ตำบลทับยา
  • อำเภอพรหมบุรี ตำบลพระงาม

4. จังหวัดชัยนาท

  • อำเภอสรรพยา ตำบลโพนางดำตก

สทนช. สั่งการเข้ม 5 มาตรการรับมือน้ำหลาก เร่งปกป้อง กทม.-ปริมณฑล

เลขาธิการ สทนช. เน้นย้ำว่า ที่ประชุมได้มีมติสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำหลากอย่างเต็มกำลัง โดยกำหนดแนวทางปฏิบัติงาน 5 ข้อสำคัญ ดังนี้

  1. แจ้งเตือนประชาชนเชิงรุก เร่งประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูลข่าวสารสถานการณ์น้ำแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เตรียมยกของขึ้นที่สูงและเฝ้าระวังระดับน้ำ
  2. พร่องน้ำคูคลอง รับมือฝนตกหนัก กทม.-ปริมณฑล ให้พื้นที่จังหวัดสมุทรปราการและกรุงเทพมหานคร เร่งลดระดับน้ำในคลองต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับต่ำสุด พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในระบบคูคลองเพื่อรองรับน้ำฝน
  3. วางแผน พร่องน้ำเขื่อนขุนด่านปราการชล บริหารจัดการน้ำในเขื่อนขุนด่านปราการชลซึ่งอยู่ในจุดเสี่ยงฝนตกหนักและมีปริมาณน้ำสะสมมาก โดยพร่องน้ำอย่างระมัดระวัง ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนบริเวณท้ายเขื่อน
  4. ระดมเครื่องมือเร่งผลักดันน้ำลงสู่อ่าวไทย ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำตามจุดยุทธศาสตร์ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากระบบลงสู่อ่าวไทยให้เร็วที่สุด
  5. เตรียมแผนฟื้นฟูเยียวยาหลังเกิดเหตุ จัดทำแนวทางช่วยเหลือ เร่งสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง และวางแผนฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระย่อมน้ำหลากท้ายเขื่อนเจ้าพระยาและพื้นที่ฝนตกหนัก โปรดติดตามประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการ กรมชลประทาน และ สทนช. อย่างใกล้ชิดในช่วงวันที่ 23-27 กันยายน 2569 นี้

 

ข้อมูล : สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ