วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน 2569

Login
Login

เฝ้าระวัง 24 ชม. ร่องมรสุมพาดผ่าน รับมือน้ำท่วม-ดินถล่มภาคใต้

ปภ. สั่งเฝ้าระวัง 24 ชม. รับมือน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มภาคใต้ เพชรบุรี ประจวบฯ ช่วง 17-20 ก.ย. นี้ พร้อมเตือนคลื่นลมแรงและส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนภัย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยกระดับความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติ ย้ำเตือนประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 17 – 20 กันยายน 2569 พร้อมกำชับหน่วยงานในพื้นที่เร่งตั้งการแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast และเตรียมความพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยตลอด 24 ชั่วโมง

ปภ. เปิดประชุม SAT ครั้งที่ 28/2569 ติดตามสถานการณ์น้ำและอากาศอย่างใกล้ชิด

วันนี้ (17 ก.ย. 69) ณ ห้องประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้มอบหมายให้ นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) ครั้งที่ 28/2569

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเฝ้าระวัง วิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์ภัยธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ตลอดจนซักซ้อมความพร้อมในการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับพื้นที่และส่วนกลาง โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย ผู้แทนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และผู้แทนสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เข้าร่วมประชุมทั้ง ณ ที่ตั้ง และผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์

สภาพอากาศ 17 - 20 ก.ย. 69 ร่องมรสุมเลื่อนต่ำ อากาศเย็นจากจีนกดทับ

นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดี ปภ. เปิดเผยถึงรายละเอียดจากการติดตามรายงานสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาว่า ในช่วงวันที่ 17 - 20 กันยายน 2569 มีปัจจัยสำคัญทางอุตุนิยมวิทยาที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่

  1. มวลอากาศเย็นจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
  2. การเลื่อนของร่องมรสุม ส่งผลให้แนวร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านบริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน
  3. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย เริ่มมีกำลังแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้หลายพื้นที่ในประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีฝนตกเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

พื้นที่เสี่ยงภัยที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

  • พื้นที่ลาดเชิงเขาและทางน้ำไหลผ่าน เสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม
  • พื้นที่ลุ่มต่ำ เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง
  • พื้นที่ชายฝั่งและทะเลอันดามัน มีคลื่นลมกำลังค่อนข้างแรง คลื่นสูงประมาณ 2 - 3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร

ปภ. ได้เตือนให้ชาวเรือและผู้ประกอบการเรือเดินเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองอย่างเด็ดขาด

ยกระดับมาตรการแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast และกลไกชุมชน

เพื่อป้องกันความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รองอธิบดี ปภ. ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เสี่ยงภัย ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเชิงรุก ดังนี้

1. ยกระดับระบบการแจ้งเตือนภัย

  • ใช้เทคโนโลยี Cell Broadcast ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยเข้ามือถือของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยโดยตรง เพื่อความรวดเร็วและแม่นยำ
  • บูรณาการช่องทางสื่อสาร ใช้หอกระจายข่าว เสียงตามสาย และสื่อสังคมออนไลน์ ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
  • ใช้กลไกชุมชนท้องถิ่น มอบหมายให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน สื่อสารข้อมูลสถานการณ์ภัย แนวทางการปฏิบัติตนอย่างปลอดภัย และขั้นตอนการอพยพ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบอย่างทั่วถึง

2. เตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรและเครื่องจักรกลสาธารณภัย

  • ตรวจสอบโครงสร้างทางน้ำ ตรวจเช็กความพร้อมของประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ และพร่องน้ำในพื้นที่รับน้ำ
  • กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เร่งขุดลอกขยะ วัชพืช และสิ่งกีดขวางทางน้ำเพื่อเปิดทางให้น้ำระบายได้รวดเร็ว
  • ตรึงกำลังเครื่องจักรกล ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ รถประกอบอาหาร รถผลิตน้ำดื่ม และเครื่องจักรกลสาธารณภัยประจำจุดเสี่ยงภัยล่วงหน้า
  • จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ จัดชุดปฏิบัติการฉุกเฉินและเครื่องมือพร้อมออกช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

3. เตรียมพร้อมศูนย์พักพิงและจุดอพยพ

  • จัดเตรียม ศูนย์พักพิงชั่วคราว ให้มีความพร้อมรองรับผู้ประสบภัย
  • กำหนด จุดจอดยานพาหนะ และเส้นทางอพยพที่ปลอดภัย
  • สำรอง อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของตระเวนช่วยเหลือ ให้เพียงพอต่อความต้องการ

เข้มมาตรการความปลอดภัยแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ - ทะเล

สำหรับจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น น้ำตก ถ้ำ ถ้ำลอด แก่ง อ่างเก็บน้ำ และพื้นที่ชายทะเล ให้หน่วยงานในพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

  • ตรวจสอบอุปกรณ์ความปลอดภัย ตรวจสอบเสื้อชูชีพ เสาเข็มกู้ภัย และอุปกรณ์กู้ภัยให้พร้อมใช้งานเสมอ
  • ควบคุมพฤติกรรมเสี่ยง ห้ามมิให้นักท่องเที่ยวประกอบกิจกรรมทางน้ำขณะมีฝนตกหนัก และควบคุมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่เสี่ยง
  • ปิดกั้นพื้นที่เสี่ยง หากมีฝนตกหนักหรือมีแนวโน้มเกิดภัยพิบัติ ให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ ห้ามประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
  • การเดินเรือท่องเที่ยว กรณีคลื่นลมแรง ให้จังหวัดประกาศแจ้งเตือนชาวเรือและผู้ควบคุมเรือติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด หากคลื่นสูงหรือมีฝนฟ้าคะนอง ให้ประกาศห้ามนำเรือออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด

ช่องทางการติดต่อและการขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามประกาศเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับจุดอพยพ ศูนย์พักพิง และเส้นทางปลอดภัยในท้องถิ่นของตนเอง

หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์สาธารณภัย หรือต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ผ่านช่องทางดังนี้

  • สายด่วนนิรภัย (ปภ.) : โทร. 1784 (โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง)
  • Application : "ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784"
  • Line Official Account : "@1784DDPM"