วันพุธ ที่ 23 กันยายน 2569

Login
Login

รัฐบาล เปิดตัว 'One Map น้ำ' ดึง AI เตือนภัยน้ำท่วมเรียลไทม์

รัฐบาล เปิดตัว "One Map น้ำ" รวมข้อมูล 4 หน่วยงานหลัก ดึง AI วิเคราะห์เตือนภัยน้ำท่วมเรียลไทม์ผ่าน ThaiWater รู้ทันทีน้ำท่วมจุดไหน สูงเท่าไร

ปัญหาอุทกภัยและน้ำท่วมฉับพลันเป็นภัยธรรมชาติที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง แม้หน่วยงานภาครัฐจะพยายามเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย แต่ที่ผ่านมากลับประสบปัญหาสำคัญในเรื่องระบบข้อมูลที่กระจัดกระจาย มีความซ้ำซ้อน และข้อมูลไม่ตรงกันระหว่างหน่วยงาน ส่งผลให้การตัดสินใจของภาครัฐในการเข้าช่วยเหลือและการเตรียมตัวรับมือของประชาชนเกิดความล่าช้า ไม่ทันต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

ล่าสุด รัฐบาลได้เดินหน้าแก้ปัญหาที่ต้นตออย่างจริงจัง โดย ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่อำนวยการและติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านที่ผ่านมา รัฐบาลพบว่าระบบแจ้งเตือนภัยของประเทศจำเป็นต้องได้รับการยกระดับเป็นการด่วน เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่เป็นเอกภาพ แม่นยำ และรวดเร็วที่สุด รัฐบาลจึงได้มุ่งเน้นการสร้าง “มาตรฐานข้อมูลหนึ่งเดียว” เพื่อให้ประชาชนสามารถประเมินความเสี่ยงได้อย่างชัดเจนว่า น้ำจะท่วมในจุดใด มีระดับความสูงเท่าใด และปริมาณน้ำจะเดินทางมาถึงพื้นที่ภายในระยะเวลากี่ชั่วโมง

เปิดตัว “One Map น้ำ” คลังข้อมูลน้ำและภัยพิบัติแห่งชาติ

เพื่อแก้ปัญหาข้อมูลซ้ำซ้อนอย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลได้เปิดตัวระบบ “One Map น้ำ” ซึ่งเป็นการรวมคลังข้อมูลน้ำและภัยพิบัติแห่งชาติจาก 4 หน่วยงานหลักของประเทศเข้ามาไว้ในจุดเดียวกัน การบูรณาการในครั้งนี้มุ่งเน้นการแบ่งหน้าที่การทำงานตามความเชี่ยวชาญของแต่ละหน่วยงานอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารจัดการวิกฤตน้ำ ดังนี้

  • กรมอุตุนิยมวิทยา รับผิดชอบการตรวจวัด พยากรณ์อากาศ วิเคราะห์เรดาร์ และทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการออกคำเตือนอย่างเป็นทางการ (Official Warning) เมื่อเกิดพายุ ฝนตกหนัก หรือสภาพอากาศแปรปรวน
  • สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) สนับสนุนภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลภูมิสารสนเทศ เพื่อประเมินพื้นที่เสี่ยงภัยอุทกภัย พร้อมทั้งติดตามจุดความร้อนและสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในเชิงพื้นที่
  • สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) สนับสนุนข้อมูลระดับน้ำและปริมาณน้ำแบบเรียลไทม์จากสถานีโทรมาตรอัตโนมัติทั่วประเทศ พร้อมทำหน้าที่ประเมินพื้นที่เฝ้าระวังฝนล่วงหน้าในระยะ 24–48 ชั่วโมง
  • สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) รับหน้าที่พัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) และแดชบอร์ด ควบคุมธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) รวมถึงการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยประมวลผลและวิเคราะห์สถานการณ์ภัยพิบัติได้อย่างแม่นยำ

ยกระดับความปลอดภัย เช็กสถานการณ์น้ำเรียลไทม์ผ่านแดชบอร์ดรวมศูนย์

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนทั่วไป ตลอดจนเจ้าหน้าที่และหน่วยงานในพื้นที่ สามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและภัยพิบัติแบบเรียลไทม์ได้แล้ววันนี้ผ่าน “แดชบอร์ดเตือนภัยรวมศูนย์” ที่เว็บไซต์ (คลิก)

การพัฒนาแผนที่ One Map น้ำ นับเป็นก้าวสำคัญของการปฏิรูประบบแจ้งเตือนภัยพิบัติของประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลมั่นใจว่าจะสามารถยกระดับความมั่นคงปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ช่วยให้หน่วยงานในพื้นที่สามารถวางแผนป้องกันภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคาดการณ์เหตุภัยพิบัติล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที