วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน 2569

Login
Login

กรมชลฯ แจง ลำเชียงไกรตอนบน น้ำล้นสปีลเวย์ ยังคุมสถานการณ์ได้ 100%

กรมชลฯ แจงอ่างฯ ลำเชียงไกรตอนบนน้ำล้นสปีลเวย์ ยันเขื่อนแข็งแรง คุมได้ 100% ลำเชียงไกรตอนล่างยังรับน้ำได้อีกกว่า 20 ล้าน ลบ.ม.

กรมชลประทาน ออกแถลงการณ์ชี้แจงอย่างเป็นทางการ หลังมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ สร้างความวิตกกังวลให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยยืนยันว่า อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนบน) และอ่างเก็บน้ำทับรั้ง ยังคงมีความมั่นคงแข็งแรงดี เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารประกอบแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติ พร้อมย้ำชัดว่า อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) ยังมีพื้นที่ว่างเพียงพอสำหรับรองรับมวลน้ำได้อย่างสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำท่วมล้นทะลัก

เปิดสาเหตุลำเชียงไกรตอนบนน้ำเต็มความจุ ฝนตกหนักสะสม 133 มม.

สืบเนื่องจากกรณีที่มีการโพสต์ข้อความบน Facebook Page “ที' ลมฟ้าอากาศ” เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 โดยระบุเตือนภัยเนื้อความว่า “ด่วนที่สุดโคราชฯ อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบน น้ำล้นสปีลเวย์แล้ว เตือนท้ายน้ำอำเภอโนนไทยเฝ้าระวัง” พร้อมกับให้ข้อมูลว่า เริ่มมีนาข้าวในหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และมวลน้ำดังกล่าวกำลังไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่างนั้น

กรมชลประทาน ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายงานสถานการณ์น้ำประจำวันที่ 16 กันยายน 2569 พบว่า เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องบริเวณตอนบนของลุ่มน้ำลำเชียงไกร ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำเหนืออ่างเก็บน้ำ โดยวัดปริมาณน้ำฝนสะสมได้สูงถึง 133 มิลลิเมตร ส่งผลให้มีปริมาณน้ำหลากจำนวนมากไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำ ล่าสุดตัวเลขปริมาณน้ำเก็บกักในอ่างเก็บน้ำสำคัญ มีดังนี้

  • อ่างเก็บน้ำทับรั้ง (อำเภอเทพารักษ์) มีปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ที่ 4.17 ล้าน cubic meter คิดเป็น 101% ของความจุเก็บกัก
  • อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบน (อำเภอด่านขุนทด) มีปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ที่ 9.52 ล้าน cubic meter คิดเป็น 113% ของความจุเก็บกัก

กรมชลฯ แจง ลำเชียงไกรตอนบน น้ำล้นสปีลเวย์ ยังคุมสถานการณ์ได้ 100%

จากการที่ปริมาณน้ำเกินความจุ ทำให้น้ำส่วนเกินไหลล้นข้ามอาคารทางระบายน้ำล้น (Spillway) ลงสู่ลำน้ำลำเชียงไกรตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานได้ทำการควบคุมอัตราการระบายน้ำอย่างเข้มงวด ให้อยู่ในระดับที่ไม่เกินขีดความสามารถในการรองรับน้ำของลำน้ำ เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมและบ้านเรือนประชาชนบริเวณท้ายน้ำให้ได้มากที่สุด

เช็กความพร้อมอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง ยันรับน้ำได้อีกกว่า 20 ล้าน ลบ.ม.

สำหรับความกังวลของประชาชนในพื้นที่อำเภอโนนไทย และพื้นที่ใกล้เคียงว่ามวลน้ำจะไหลไปสมทบจนเกิดอุทกภัย กรมชลประทานระบุว่า มวลน้ำที่ระบายออกจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบน จะไหลไปรวมกันที่ อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา

จากการประเมินศักยภาพการรองรับน้ำของอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง ซึ่งมีความจุระดับเก็บกักสูงสุดอยู่ที่ 27.70 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 16 กันยายน 2569) มีปริมาณน้ำกักเก็บจริงเพียง 7.47 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นประมาณ 27% ของความจุเท่านั้น ทำให้ตัวอ่างเก็บน้ำยังคงมีพื้นที่ว่างรองรับน้ำได้อีกมากถึง 20.23 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งถือว่าเพียงพออย่างยิ่งในการรองรับมวลน้ำหลากที่กำลังไหลลงมาจากพื้นที่ตอนบน โดยจะไม่ส่งผลให้เกิดน้ำล้นเขื่อนหรือวิกฤติตามที่ประชาชนกังวล

กรมชลฯ แจง ลำเชียงไกรตอนบน น้ำล้นสปีลเวย์ ยังคุมสถานการณ์ได้ 100%

สรุปสถานการณ์และศักยภาพการรับน้ำของอ่างเก็บน้ำ

  • อ่างเก็บน้ำทับรั้ง อ.เทพารักษ์ จ.นครราชสีมา ปริมาณน้ำ 4.17 ล้าน ลบ.ม. (101%)
  • อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนบน) อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ปริมาณน้ำ 9.52 ล้าน ลบ.ม. (113%)
  • อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง)อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ปริมาณน้ำ 7.47 ล้าน ลบ.ม. (27%)

ย้ำโครงสร้างเขื่อนมั่นคงแข็งแรง พร้อมกักเก็บน้ำไว้ใช้ช่วงแล้ง ปี 2569/70

เพื่อความมั่นใจของพี่น้องประชาชน กรมชลประทานได้ส่งเจ้าหน้าที่วิศวกรและผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ดำเนินการตรวจสอบสภาพตัวเขื่อน อาคารทางระบายน้ำ และอาคารประกอบทั้งหมดของอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบนอย่างละเอียด ผลการตรวจสอบยืนยันว่า ไม่พบสิ่งผิดปกติ หรือสัญญาณรอยแตกร้าวใดๆ ตัวเขื่อนยังคงมีความมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย 100%

นอกจากนี้ การบริหารจัดการน้ำในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ทำเพื่อบรรเทาและป้องกันปัญหาน้ำท่วมในระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางแผนเชิงรุกในการ "กักเก็บน้ำต้นทุน" สำหรับใช้อุปโภค บริโภค และการเกษตรกรรมตลอดช่วงฤดูแล้ง ปี 2569/70 ให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอโนนไทย และอำเภอใกล้เคียง เพื่อให้มีน้ำเพียงพอตลอดทั้งปี

ประสานจังหวัดนครราชสีมา เฝ้าระวังพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้ชิด

ทางกรมชลประทานได้ประสานงานและบูรณาการทำงานร่วมกับ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนครราชสีมา อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง มีการส่งข้อมูลสถิติ ปริมาณน้ำ และแนวโน้มทิศทางการไหลของน้ำแบบ Real-time เพื่อให้หน่วยงานท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำท้ายน้ำ ให้เตรียมพร้อมรับมือและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากยังคงมีฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ลุ่มน้ำลำเชียงไกรอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กรมชลประทานจะยังคงส่งเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง ประเมินสถานการณ์น้ำ และบริหารจัดการจราจรทางน้ำอย่างประณีตตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดผลกระทบต่อชีวิตรวมถึงทรัพย์สินของประชาชนน้อยที่สุด

กรมชลฯ แจง ลำเชียงไกรตอนบน น้ำล้นสปีลเวย์ ยังคุมสถานการณ์ได้ 100%