สทนช. ประกาศเตือน 25 จังหวัดทั่วไทย รับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม 15-19 ก.ย. 69 เช็กลิสต์พื้นที่เสี่ยงที่นี่
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศฉบับที่ 4/2569 ยืนยันมาตรการเฝ้าระวังขั้นสูงสุด หลังผลการติดตามและคาดการณ์สภาพอากาศพบว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนอย่างหนัก โดยมีร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ผสานกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย
ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาดังกล่าวส่งผลให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนสะสมเพิ่มขึ้น และเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ เสี่ยงเกิดน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย ตั้งแต่วันที่ 15 - 19 กันยายน 2569
เจาะลึก 5 ภาค พื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม-ดินโคลนถล่ม
จากการประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำโดย สทนช. ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) กรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยากรธรณี ได้ระบุพื้นที่เสี่ยงภัยที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ดังนี้
1. ภาคเหนือ 12 จังหวัด
- แม่ฮ่องสอน : อ.สบเมย, ขุนยวม, แม่ลาน้อย, ปาย, แม่สะเรียง
- เชียงใหม่ : อ.อมก๋อย, แม่แจ่ม, จอมทอง, ฮอด
- เชียงราย : อ.แม่สรวย, เมืองเชียงราย
- ลำปา ง: อ.เถิน, แจ้ห่ม
- พะเยา : อ.ปง, ดอกคำใต้, เชียงคำ
- แพร่ : อ.สอง, หนองม่วงไข่, ร้องกวาง, เมืองแพร่, วังชิ้น
- น่าน : อ.ทุ่งช้าง, แม่จริม, บ่อเกลือ, เวียงสา, ปัว
- ตาก : อ.ท่าสองยาง, บ้านตาก, อุ้มผาง, สามเงา, แม่ระมาด, เมืองตาก, แม่สอด
- อุตรดิตถ์ : อ.น้ำปาด, บ้านโคก, ลับแล
- พิษณุโลก : อ.ชาติตระการ, เนินมะปราง, นครไทย, วังทอง, บางระกำ, บางกระทุ่ม, พรหมพิราม, เมืองพิษณุโลก
- เพชรบูรณ์ : อ.หล่มสัก, เมืองเพชรบูรณ์, เขาค้อ, หล่มเก่า, วังโป่ง, หนองไผ่, น้ำหนาว, ศรีเทพ, ชนแดน
- อุทัยธานี : อ.บ้านไร่, ลานสัก
2. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด
- เลย : อ.ด่านซ้าย, วังสะพุง, ภูกระดึง, ผาขาว, เอราวัณ
- ชัยภูมิ : อ.แก้งคร้อ, เมืองชัยภูมิ, ภูเขียว, เกษตรสมบูรณ์, คอนสาร, หนองบัวระเหว, ภักดีชุมพล, หนองบัวแดง, จัตุรัส, เทพสถิต
- สกลนคร : อ.บ้านม่วง, วานรนิวาส, คำตากล้า, อากาศอำนวย, โคกศรีสุพรรณ
- นครพนม : อ.ศรีสงคราม, โพนสวรรค์, นาแก, ท่าอุเทน, ปลาปาก, นาหว้า, วังยาง, นาทม, เมืองนครพนม
3. ภาคตะวันออก 2 จังหวัด
- จันทบุรี : อ.ขลุง, เขาคิชฌกูฏ, มะขาม, โป่งน้ำร้อน, แก่งหางแมว
- ตราด : อ.เมืองตราด, เขาสมิง, บ่อไร่, แหลมงอบ, คลองใหญ่, เกาะช้าง
4. ภาคตะวันตก 1 จังหวัด
- กาญจนบุรี : อ.สังขละบุรี, ไทรโยค, ทองผาภูมิ, ด่านมะขามเตี้ย, ศรีสวัสดิ์
5. ภาคใต้ 9 จังหวัด
- ระนอง : อ.เมืองระนอง, สุขสำราญ, กระบุรี, กะเปอร์
- พังงา : อ.กะปง, คุระบุรี, ตะกั่วป่า, เมืองพังงา, ท้ายเหมือง
- ภูเก็ต : อ.ถลาง, เมืองภูเก็ต, กะทู้
- กระบี่ : อ.เกาะลันตา, คลองท่อม, อ่าวลึก
- สตูล : อ.เมืองสตูล, ละงู
- สงขลา : อ.สะบ้าย้อย, เทพา
- ยะลา : อ.เบตง, บันนังสตา, รามัน, ธารโต, เมืองยะลา
- ปัตตานี : อ.ยะรัง, ทุ่งยางแดง
- นราธิวาส : อ.สุคิริน, จะแนะ, ศรีสาคร, รือเสาะ, ระแงะ, สุไหงปาดี
เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำและระดับน้ำแม่น้ำสายหลักล้นตลิ่ง
นอกเหนือจากพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มแล้ว สทนช. ยังได้เน้นย้ำให้เฝ้าระวังบริหารจัดการน้ำใน 2 จุดยุทธศาสตร์สำคัญ
1. อ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีปริมาณน้ำเกิน 80% ของความจุเก็บกัก ในพื้นที่ 14 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่, เชียงราย, พะเยา, น่าน, เพชรบูรณ์, ตาก, อุทัยธานี, ชัยภูมิ, สกลนคร, จันทบุรี, ตราด, กาญจนบุรี, กระบี่ และระนอง
2. แม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาที่เสี่ยงน้ำล้นตลิ่ง
- ลำน้ำยวม (จ.แม่ฮ่องสอน)
- แม่น้ำสาย และ แม่น้ำกก (จ.เชียงราย)
- แม่น้ำน่าน (จ.น่าน)
- แม่น้ำเมย (จ.ตาก)
- แม่น้ำแควน้อย (จ.พิษณุโลก)
- แม่น้ำป่าสัก (จ.เพชรบูรณ์)
- แม่น้ำสงคราม (จ.สกลนคร)
- แม่น้ำโก-ลก และ คลองตันหยงมัส (จ.นราธิวาส)
แนวทางปฏิบัติตามมาตรการรับมือเร่งด่วน 4 ข้อ
เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สทนช. ได้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินมาตรการรับมืออย่างเข้มงวด ดังนี้
1. ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ
2. ติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม ปรับการบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก น้ำในลำน้ำ รวมถึงเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำและอิทธิพลของการขึ้น – ลง ของน้ำทะเล โดยการเร่งระบายและพร่องน้ำรองรับสถานการณ์ฝนที่คาดว่าจะตกหนัก
3. เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ลอกท่อระบายน้ำ และบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที
4. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์





