เจาะลึกโมเดล 770 เมนูสุขภาพ Thai Food Good Health นวัตกรรมดัน Soft Power อาหารไทยเปลี่ยนภูมิปัญญาเป็นเศรษฐกิจ ปักหมุดตลาดเวลเนสโลก
กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเสาหลักสาธารณสุขไทย บูรณาการภูมิปัญญาไทย นวัตกรรมอาหาร และหลักโภชนาการ นำร่องเขตสุขภาพที่ 5 เปิดตัวโครงการ “Thai Food Good Health: ยกระดับภูมิปัญญาไทย สู่มาตรฐานอาหารสุขภาพระดับสากล” ชูโมเดล “77 จังหวัด 770 เมนู” เปลี่ยนอาหารไทยจากความอร่อยระดับโลก ให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพและนวัตกรรมเวลเนส มุ่งเป้าป้องกันกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) พร้อมดันเป็น Soft Power ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก
สธ. ดันนโยบาย "Thai Food Good Health" เปลี่ยนสุขภาพเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
วันนี้ (13 ก.ย. 69) ณ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงานขับเคลื่อนนโยบาย “Thai Food Good Health: ยกระดับภูมิปัญญาไทย สู่มาตรฐานอาหารสุขภาพระดับสากล” โดยมี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี, ดร.สรชัด สุจิตต์ รองประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร, ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, นพ.ชัยวัฒน์ พัฒนาพิศาลศักดิ์ สาธารณสุขนิเทศ เขตสุขภาพที่ 5 พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้ประกอบการร้านอาหาร โรงแรม เชฟ นักกำหนดอาหาร อสม. และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมอย่างคึกคัก
ไฮไลต์สำคัญของงานคือการร่วมปรุงเมนูอาหารสุขภาพอัตลักษณ์สมุนไพรท้องถิ่น "ปลาม้าผัดสมุนไพรแห้วกรุบ" ซึ่งนำวัตถุดิบขึ้นชื่อของจังหวัดสุพรรณบุรีอย่างปลาม้าและแห้ว มาผสมผสานกับสมุนไพรไทยตามหลักโภชนาการ สะท้อนแนวคิดการปรุงอาหารที่ไม่เสียเสน่ห์รสชาติเดิม แต่เพิ่มคุณค่าทางสุขภาพอย่างลงตัว
นายพัฒนา เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขกำลังขับเคลื่อน "นโยบายเสาหลักสาธารณสุขไทย" ภายใต้แนวคิด “สุขภาพดีทุกช่วงวัย สร้างเศรษฐกิจไทย ด้วยนวัตกรรมและภูมิปัญญา” โดยเน้นย้ำการเปลี่ยนสุขภาพให้เป็นพลังทางเศรษฐกิจ ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน สมุนไพรไทย และบริการเวลเนส (Wellness) ให้มีมาตรฐาน ปลอดภัย และแข่งขันได้ในระดับสากล
“อาหารไทยไม่ได้มีคุณค่าแค่เรื่องรสชาติ แต่เป็น Soft Power ทางวัฒนธรรมที่สำคัญ โครงการนี้คือการยกระดับจากอาหารไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อย ไปสู่ ‘อาหารไทยที่อร่อย มีคุณค่า และใส่ใจสุขภาพ’ โดยไม่เปลี่ยนเสน่ห์หรือรสชาติเดิม แต่เพิ่มคุณค่าด้านการดูแลสุขภาพเข้าไป เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้ผู้บริโภค พร้อมยกระดับผู้ประกอบการให้เติบโตไปด้วยกัน” นายพัฒนากล่าว
ปักหมุดโมเดลต้นแบบ "77 จังหวัด 770 เมนู" ยกระดับสู่มาตรฐานระดับโลก
กระทรวงสาธารณสุขได้วางโรดแมปพัฒนาอาหารสุขภาพทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด “77 จังหวัด 770 เมนู หนึ่งระบบมาตรฐาน Thai Food Good Health” โดยมอบหมายให้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมมือกับเขตสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่าย ค้นหาและพัฒนาอาหารอัตลักษณ์ท้องถิ่นจังหวัดละ 10 เมนู รวมเป็น 770 เมนูทั่วประเทศ
สำหรับการยกระดับคุณภาพ ได้มีการจัดทำเกณฑ์การประเมินออกเป็นระดับชั้น ดังนี้
-
มาตรฐานระดับ 3 ดาว เมนูอาหารสุขภาพผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยและโภชนาการพื้นฐาน
-
มาตรฐานระดับ 4 ดาว (Taste Excellence) เมนูอาหารที่มีรสชาติโดดเด่นและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง
-
มาตรฐานระดับ 5 ดาว (Global Wellness Menu) เมนูอาหารสุขภาพระดับพรีเมียมที่พร้อมก้าวสู่ตลาดสุขภาพและนานาชาติ
ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวไม่ใช่เพียงแค่การมอบป้ายรับรอง แต่เป็นการสร้างฐานข้อมูลเมนูอาหารสุขภาพอัตลักษณ์ไทย (Thai Health Food Database) พร้อมให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ ทั้งการประชาสัมพันธ์ การออกนิทรรศการ และการเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจเพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน โดยตั้งเป้าหมายสร้างผลลัพธ์สำคัญ 4 ด้าน คือ ประชาชนสุขภาพดี ผู้ประกอบการเติบโต ชุมชนมีรายได้ และเศรษฐกิจสุขภาพเดินหน้า
ผนึกกำลัง ม.สวนดุสิต นำร่อง 8 จังหวัด เขตสุขภาพที่ 5 เฟ้นหา 9 เมนูยอดเยี่ยม
ด้าน ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวเสริมว่า โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้จาก โรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านศาสตร์การทำอาหาร มาร่วมพัฒนาหลักเกณฑ์และตรวจประเมินเมนูอาหารสุขภาพ
โครงการได้เริ่มนำร่องในพื้นที่ เขตสุขภาพที่ 5 จำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ สุพรรณบุรี, ราชบุรี, กาญจนบุรี, นครปฐม, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม, เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ โดยได้ทดสอบประเมินเมนูอาหารสุขภาพอัตลักษณ์สมุนไพรท้องถิ่นจากร้านอาหารที่ขอรับการรับรองแล้วกว่า 80 เมนู พร้อมมอบป้ายสัญลักษณ์ “เมนูมาตรฐาน Thai Food Good Health” เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้ออาหารที่ช่วยป้องกันกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดประกวดแข่งขันปรุงเมนูอาหารสุขภาพระดับประเทศจากวัตถุดิบอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยมีเชฟตัวแทนจาก 8 จังหวัด เขตสุขภาพที่ 5 ร่วมประชันฝีมือใน 3 ประเภท ได้แก่ อาหารคาว, ของหวาน และเครื่องดื่ม (ประเภทละ 8 ทีม ทีมละ 2 คน) เพื่อเฟ้นหา 9 เมนูชนะเลิศ ที่จะเป็นต้นแบบเมนูสุขภาพสู่การต่อยอดเชิงพาณิชย์ต่อไป



