กรมอุตุฯ สรุปภาพรวมฝนเริ่มลดลง แต่เตือน "ภาคใต้-ตะวันออก" ยังไม่พ้นวิกฤต เสี่ยงฝนตกหนักมาก น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
วันนี้ (13 ก.ย. 69) กรมอุตุนิยมวิทยา ได้จัดประชุมติดตามและประเมินสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย เพื่อประเมินทิศทางสภาพอากาศและวางแนวทางการแจ้งเตือนภัยแก่ประชาชน โดยมี นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ฝ่ายวิชาการ ให้เกียรติเป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาค และสถานีอุตุนิยมวิทยาประจำพื้นที่ทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ณ ศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศ ชั้น 11 อาคาร 50 ปีอุตุนิยมวิทยา และผ่านระบบประชุมออนไลน์
การประชุมในครั้งนี้นับเป็นมติสำคัญในการติดตามสถานการณ์สภาพอากาศในช่วงวันสุดท้ายของมรสุมที่ส่งผลกระทบตามประกาศเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยเป็นการประเมินภาพรวมสภาพอากาศในระดับภูมิภาค เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือและส่งต่อข้อมูลข่าวสารไปยังประชาชนได้อย่างแม่นยำ
ภาพรวมสภาพอากาศล่าสุด กรมอุตุฯ ออกประกาศฉบับสุดท้าย แต่ยังต้องเฝ้าระวัง
ที่ประชุมกรมอุตุนิยมวิทยาได้ประเมินภาพรวมสภาพอากาศของประเทศไทย พบว่า กลุ่มฝนเริ่มมีปริมาณลดลงในหลายพื้นที่ ส่งผลให้กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง "ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย" เป็น ฉบับสุดท้าย ของรอบมรสุมนี้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากลุ่มฝนโดยรวมจะเริ่มคลี่คลาย แต่ในบางภูมิภาคยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดฝนตกสะสมและฝนตกหนักเฉพาะพื้นที่ได้
จากการวิเคราะห์ข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยา พบว่าสภาพอากาศในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยในวันนี้ มีรายละเอียดที่ต้องเฝ้าระวัง ดังนี้
ภาคตะวันออกและภาคใต้ ยังคงเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงที่ต้องเผชิญกับ ฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมและลมพัดสอบที่ยังคงพัดปกคลุม ประชาชนในพื้นที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล แม้ปริมาณฝนโดยรวมจะลดลง แต่ยังคงมี ฝนตกหนักบางพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการจราจรในเขตเมืองใหญ่
เตือนภัยพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก
กรมอุตุนิยมวิทยาเน้นย้ำว่า ถึงแม้จะมีการออกประกาศฉบับสุดท้ายไปแล้ว แต่กระบวนการติดตามและประเมินสถานการณ์สภาพอากาศยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคทุกแห่งทั่วประเทศจะทำหน้าที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และพร้อมออกประกาศแจ้งเตือนภัยในพื้นที่รับผิดชอบทันทีหากเกิดสัญญาณความผิดปกติ
สำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมาอย่างต่อเนื่องหลายวัน จำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังอันตรายจากธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ซึ่งประกอบด้วย:
-
พื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง ให้ระวังระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ตลิ่ง
-
พื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน เสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้แม้มปริมาณฝนในปัจจุบันจะเริ่มลดลง เนื่องจากดินสะสมน้ำไว้เต็มอิ่มตัว
-
พื้นที่ลุ่มและชุมชนเมือง เสี่ยงต่อปัญหาน้ำท่วมขังและน้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะในจุดที่มีประวัติน้ำท่วมซ้ำซาก
ข้อแนะนำการปฏิบัติตนสำหรับประชาชน
เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน กรมอุตุนิยมวิทยาขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยปฏิบัติตามข้อแนะนำ ดังนี้
หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะจุดที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก เนื่องจากระดับน้ำอาจมีความลึกและกระแสน้ำเชี่ยวกว่าที่มองเห็นด้วยสายตา
ตรวจสอบความแข็งแรงของสิ่งปลูกสร้าง ปรับปรุงและเตรียมพร้อมระบบระบายน้ำรอบบ้านเรือนเพื่อป้องกันน้ำไหลทะลัก
ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ประชาชนสามารถติดตามพยากรณ์อากาศ ข้อมูลเตือนภัย และสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ได้จากเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือแอปพลิเคชันพยากรณ์อากาศของทางราชการตลอด 24 ชั่วโมง





