กทม. ดีเดย์ 14 ก.ย. นี้ นำระบบ Adaptive Control คุมไฟจราจรเรียลไทม์ หน้าไอคอนสยาม พร้อมปรับเลนเดินรถใหม่ ห้ามกลับรถ ลดคอขวดสะพานตากสิน
วันนี้ (13 ก.ย. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจติดตามการบริหารจัดการจราจรและปัญหาการสะสมของปริมาณรถบริเวณสะพานตากสินและพื้นที่โดยรอบศูนย์การค้าไอคอนสยาม เขตคลองสาน พร้อมติดตามการเตรียมความพร้อมระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรอัตโนมัติ (Adaptive Control) โดยมี นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตคลองสาน และคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่จากสำนักการจราจรและขนส่ง ร่วมลงพื้นที่และรายงานข้อมูล
สแกนจุดคอขวดเจริญนคร-สาทร กทม. นำเทคโนโลยี AI คุมไฟจราจรเรียลไทม์
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เปิดเผยว่า พื้นที่บริเวณถนนเจริญนคร หน้าศูนย์การค้าไอคอนสยาม ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่นสูงตลอดทั้งวัน เนื่องจากเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนคร ทั้งทางลงสะพานตากสิน ถนนสาทร และถนนเจริญนคร อีกทั้งยังเป็นทางเข้า–ออกหลักของศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่มีรถเลี้ยวเข้าและออกเป็นจำนวนมากตลอดเวลา การปรับเปลี่ยนระยะเวลาสัญญาณไฟจราจรในรูปแบบเดิมแบบตั้งเวลาคงที่ (Fixed Time) จึงไม่ตอบโจทย์สภาพการจราจรที่มีความผันผวน
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กรุงเทพมหานครได้เตรียมนำระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรอัตโนมัติ หรือ Adaptive Control มาติดตั้งและเริ่มเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป โดยระบบนี้จะทำงานร่วมกับกล้องตรวจวัดปริมาณรถแบบเรียลไทม์ (Real-time Traffic Sensors) เพื่อวิเคราะห์ความหนาแน่นของแถวคอยและประมวลผล คำนวณระยะเวลาปล่อยไฟเขียว–ไฟแดงให้สอดคล้องกับปริมาณรถจริงในแต่ละทิศทาง ช่วยลดเวลาการรอคอยไฟสัญญาณอย่างมีประสิทธิภาพ
"การแก้ไขปัญหาจราจรในปัจจุบันจะมองแค่จุดใดจุดหนึ่งไม่ได้ แต่ต้องมองเป็น 'โครงข่าย' (Network Management) เพราะการปรับสัญญาณไฟเพื่อให้รถผ่านแยกหนึ่งได้ไวขึ้น อาจไปสร้างปัญหาคอขวดสะสมในแยกถัดไป ระบบ Adaptive Control จะช่วยให้สัญญาณไฟทุกแยกในพื้นที่เชื่อมโยงและสอดคล้องกัน ปรับตัวตามสถานการณ์จริงเพื่อระบายรถได้ทั้งระบบ" ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว
เปิดแผนปรับจราจรใหม่หน้าไอคอนสยาม ปรับช่องทางเดินรถ-ห้ามกลับรถบางจุด
นอกจากการนำเทคโนโลยี Adaptive Control มาใช้วิเคราะห์ไฟจราจรแล้ว กทม. ร่วมกับตำรวจท้องที่ ได้จัดวางมาตรการปรับรูปแบบการเดินรถ (Traffic Reorganization) บริเวณแยกหน้าศูนย์การค้าไอคอนสยาม เพื่อลดการตัดกระแสจราจรและเพิ่มความคล่องตัว ดังนี้
ฝั่งมุ่งหน้าวงเวียนใหญ่ (3 ช่องจราจร)
- ช่องทางซ้ายสุด กำหนดให้เป็นช่องทางตรงผ่านได้ตลอดเวลารอบทิศทาง
- ช่องทางกลาง สามารถเลือกตรงไป หรือเลี้ยวขวาเพื่อเข้าสู่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม
- ช่องทางขวาสุด สำหรับรถที่ต้องการกลับรถ หรือเลี้ยวขวาเข้าศูนย์การค้าไอคอนสยาม
ฝั่งมุ่งหน้าสะพานตากสิน (3 ช่องจราจร)
- ยกเลิกการกลับรถบริเวณหน้าไอคอนสยาม เพื่อป้องกันไม่ให้ท้ายแถวสะสมและตัดกระแสรถทางตรง
- จุดกลับรถใหม่ ให้ผู้ใช้ทางตรงไปกลับรถบริเวณแยกถนนเจริญนคร ซอย 10 แทน
เน้นย้ำความปลอดภัยผู้เดินเท้า วางมาตรการเข้มจุดข้ามถนนหน้าห้างดัง
เนื่องจากพื้นที่บริเวณหน้าศูนย์การค้าไอคอนสยามเป็นย่านเศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีปริมาณผู้ใช้ทางเท้า ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินข้ามไปมาระหว่างระบบขนส่งสาธารณะ เรือโดยสาร และตัวศูนย์การค้าเป็นจำนวนมาก การบริหารจัดการจราจรจึงต้องดำเนินการควบคู่ไปกับมาตรการความปลอดภัยของผู้เดินเท้า
ผู้ว่าฯ กทม. ได้กำชับให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่เลี้ยวเข้า–ออกศูนย์การค้า เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ชะลอความเร็วเมื่อเข้าใกล้ทางข้าม และปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจรตลอดจนคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยทางถนนควบคู่กับการระบายรถ
เตือนเลี่ยงสะพานตากสินขาเข้า พร้อมเช็กสภาพจราจรผ่าน BMA Traffic
จากการลงพื้นที่สำรวจสภาพการจราจรบริเวณสะพานตากสินในช่วงเวลาดังกล่าว พบว่าปริมาณรถฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าสาทรยังคงมีความหนาแน่นสะสมสูง ผู้ว่าฯ ชัชชาติ จึงได้เน้นย้ำและขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน หากไม่มีกิจจำเป็น ขอให้หลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางสะพานตากสินในช่วงเวลาที่มีการสะสมของรถ และพิจารณาใช้เส้นทางเลี่ยงหรือระบบขนส่งสาธารณะแทน พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่จราจรอำนวยความสะดวกตามจุดคอขวดอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทาง ตรวจสอบสภาพการจราจรสดแบบเรียลไทม์ และเช็กภาพจากกล้อง CCTV บริเวณสะพานตากสิน ถนนเจริญนคร และพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านช่องทางของสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร
- ระบบ BMA Traffic : BMA Traffic – ระบบกล้อง CCTV และรายงานสภาพการจราจร
- เว็บไซต์ สำนักการจราจรและขนส่ง




