อธิบดีกรมการปกครอง ลงพื้นที่เกาะสมุย ติวเข้มบังคับใช้กฎหมายเนรเทศคนต่างด้าว ย้ำเจ้าหน้าที่ดำเนินการเคร่งครัด สร้างความปลอดภัยและความสงบสุขให้ประชาชน
KEY POINTS
- กรมการปกครองประชุมซักซ้อมแนวทางการบังคับใช้กฎหมายเนรเทศคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย มีพฤติกรรมขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือข่มขู่คนไทย
- กำหนดเกณฑ์การเนรเทศ 2 กรณีหลัก คือ 1) พฤติกรรมที่ขัดต่อความสงบสุขของประชาชน และ 2) การกระทำความผิดอาญา 6 ฐานความผิดร้ายแรง
- กระทรวงมหาดไทยได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายแล้ว โดยมีการลงนามคำสั่งเนรเทศชาวต่างชาติสัญชาติอิสราเอลและฝรั่งเศสไปแล้วจำนวน 2 ราย
วันนี้ (12 กันยายน 2569) เวลา 12.45 น. ณ ห้องประชุม ที่ว่าการอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วยผู้บริหารกรมการปกครอง ประชุมซักซ้อมแนวทางการดำเนินการและการบังคับใช้กฎหมายตาม ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 โดยมีปลัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายอำเภอเกาะสมุย ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าร่วมประชุม พร้อมถ่ายทอดสดผ่าน DOPA Channel ไปยัง 878 อำเภอทั่วประเทศ
อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. …. ตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) เสนอ และต่อมา ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2569 เป็นต้นมา
การประชุมในวันนี้ สืบเนื่องจากข้อห่วงใยของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้อง และเป็นมาตรฐานเดียวกัน จึงได้ลงพื้นที่เพื่อซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ โดยมุ่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการ การแสวงหาข้อเท็จจริง การรวบรวมพยานหลักฐาน และการประสานการทำงานระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่สะท้อนข้อเท็จจริงและข้อเสนอแนะ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับการเนรเทศแล้ว จำนวน 2 ราย ได้แก่ คำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 2344/2569 ลงวันที่ 4 กันยายน 2569 เรื่อง เนรเทศ นายยาคอฟ โอฮะยอน (Mr. Yaacov Ohayon) สัญชาติอิสราเอล ออกไปนอกราชอาณาจักร และคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 2354/2569 ลงวันที่ 7 กันยายน 2569 เรื่อง เนรเทศ นายเควิน ดิมิโน (Mr. Kevin Dimino) สัญชาติฝรั่งเศส ออกไปนอกราชอาณาจักร โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. 2499 ประกอบข้อ 4 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569
อธิบดีกรมการปกครองได้ซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติของฝ่ายปกครองและจังหวัด โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการบนพื้นฐานของ ข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และข้อกฎหมาย อย่างรอบคอบ สำหรับกรณีสำคัญ ได้แก่
กรณีที่ 1 คนต่างด้าวมีพฤติกรรมขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี หรือความผาสุกของประชาชน
หากพนักงานฝ่ายปกครองพบหรือได้รับแจ้งว่าคนต่างด้าวมีพฤติกรรมหรือพฤติการณ์ที่เข้าข่ายขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี หรือความผาสุกของประชาชน รวมถึงกรณีได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ให้ นายอำเภอในฐานะพนักงานฝ่ายปกครอง แสวงหาข้อเท็จจริงร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และรวบรวมข้อมูล พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ก่อนจัดทำความเห็นเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณา
เมื่อจังหวัดได้รับรายงานจากอำเภอ ให้พิจารณาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และความเห็นที่เกี่ยวข้อง ก่อนรายงานกระทรวงมหาดไทย เพื่อเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาออกคำสั่งเนรเทศตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดต่อไป
กรณีที่ 2 คนต่างด้าวกระทำความผิดใน 6 ฐานความผิด ประกอบด้วย
1. เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
2. ฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว
3. ประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย
4. ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม
5. กระทำความผิดตามกฎหมายที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป
6. เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าว
เมื่อคนต่างด้าวได้รับโทษครบถ้วนและได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำแล้ว ให้กรมราชทัณฑ์แจ้งข้อมูลคดีคนต่างด้าวต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือกรณีคนต่างด้าวต้องคำพิพากษาให้จำคุกแต่รอการลงโทษหรือปรับ ให้สำนักงานศาลยุติธรรมแจ้งข้อมูลคดีคนต่างด้าวต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดต่อไป
อธิบดีกรมการปกครอง ได้กำชับฝ่ายปกครองในพื้นที่ให้สื่อสารและสร้างความเข้าใจกับประชาชนว่า
"ประเทศไทยยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติจากทุกสัญชาติ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ประกอบธุรกิจ และสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ โดยทุกคนต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด"
ขณะเดียวกัน หากปรากฏว่ามีคนต่างด้าวบางรายฝ่าฝืนกฎหมาย หรือมีพฤติกรรมหรือพฤติการณ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี หรือความผาสุกของประชาชน รัฐจำเป็นต้องมีมาตรการทางกฎหมายเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา รวมถึงรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย และความสงบสุขของประชาชน
พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้นายอำเภอในฐานะพนักงานฝ่ายปกครอง เตรียมความพร้อมในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน ในกรณีที่คนต่างด้าวกระทำความผิดหรือมีพฤติกรรมเข้าข่ายตามพระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. 2499 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่พบเห็นด้วยตนเอง ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน หรือมีการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน โดยให้ฝ่ายปกครองแสวงหาข้อเท็จจริงร่วมกับตำรวจ และให้นายอำเภอรายงานข้อเท็จจริงต่อจังหวัดและกรมการปกครองโดยเร็ว
นอกจากนี้ ได้กำชับปลัดจังหวัดให้กำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการฝ่ายปกครอง รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน
"ประเทศไทยยินดีต้อนรับชาวต่างชาติที่เข้ามาในผืนแผ่นดินไทย ภายใต้การปฏิบัติตามกรอบและกฎหมายของประเทศไทย แต่เราจะไม่ยอมให้ผู้หนึ่งผู้ใดที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทยแล้วมาละเมิดกฎหมายไทย โดยเฉพาะในเรื่องของการละเมิดสิทธิ ในเรื่องของการข่มขู่ ข่มเหง รังแกพี่น้องคนไทย ตรงนี้เราจะไม่ยอมเด็ดขาด เราจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สังคมประเทศไทยของเราสงบสุข" อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวย้ำ





