ศาลไม่ให้ประกัน "สมีโชติ-สีกาสาว" เสพเมถุน-ยักยอกเงินวัด ชี้คดีมีอัตราโทษสูง หากปล่อยชั่วคราวอาจไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ส่งคุมขังเรือนจำสระบุรี ด้าน ตำรวจแถลงยึดทรัพย์สินรวมกว่า 700 ล้านบาท
วันนี้ (11 ก.ย. 69) เมื่อเวลา 14.05 น. ที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จังหวัดสระบุรี พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ได้ควบคุมตัว สมีโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาที่ 1 และนางสาว ป. หรือ สีกาเอ๋ ผู้ต้องหาที่ 2 เดินทางมายื่นคำร้องขอฝากขัง ต่อศาลเป็นครั้งแรก โดยศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองรายตามคำร้อง มีกำหนด 12 วัน พร้อมทั้งมีคำสั่ง ยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว
โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าผู้ต้องหาทั้งสองเป็นบุคคลตามหมายจับ ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินและความผิดตามกฎหมายอื่นที่มีอัตราโทษสูง ประกอบกับคดีนี้ยังอยู่ในขั้นตอนที่พนักงานสอบสวนต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าหากอนุญาตปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาทั้งสองอาจเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 (2) และ (5) จึงยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ภายหลังศาลมีคำสั่ง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวทั้งสองไปคุมขังยังเรือนจำจังหวัดสระบุรีต่อไป
เปิดพฤติการณ์ "อดีตเจ้าอาวาส-สีกาสาว" เสพเมถุน-ยักยอกเงินวัด ตร. แถลงยึดทรัพย์สินรวมกว่า 700 ล้านบาท
วันนี้ (11 กันยายน 2569) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการกองปราบปราม, ตำรวจสอบสวนกลาง, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แถลงการดำเนินคดี อดีตพระวชิรญาณ (อติโชติ ธมฺมวโร) เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุ
เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 69 เจ้าหน้าที่ได้รับหนังสือร้องเรียนแจ้งเบาะแสจาก ผู้ประสงค์ไม่ออกนาม ร้องเรียน อดีตพระอติโชติว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม น่าจะมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับหญิงสาว ที่ไม่ได้ประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง แต่กลับมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ และเมื่อสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า อติโชติมีพฤติกรรมเสพเมถุนกับหญิงสาวจริง อันถือว่าต้องอาบัติปาราชิกขาดจากความเป็นพระภิกษุ ตามพระธรรมวินัยของสงฆ์โดยทันที
วันที่ 10 ก.ย. 69 เข้าทำการตรวจค้นและจับกุม
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนขยายผลตรวจสอบเชิงลึกจากข้อมูลในหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับการเงินของวัด จึงได้พบว่า อติโชติมีรับเงินบริจาคในนามวัด แต่ไม่นำเงินเข้าบัญชีของวัด แต่มีการออกใบอนุโมทนาบัตรของวัดให้ผู้เช่าบูชาวัตถุมงคล เบื้องต้น พบหลักฐานการรับโอนเงินและออกใบอนุโมทนาบัตรจำนวนหลายรายการ รวมยอดเงินประมาณ 100 ล้านบาทเศษ แต่ปรากฏว่า เงินบริจาคตามใบอนุโมทนาบัตรที่ออกไป เงินไม่ได้เข้าบัญชีของวัดแต่อย่างใด
เมื่อตรวจสอบธุรกรรมการเงินของหญิงสาว ปรากฏว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทั้งที่ไม่มีรายได้ประจำ ได้แก่ บ้านทาวน์เฮาส์ 2 หลัง มูลค่ารวมกว่า 4 ล้านบาท, รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ และเงินฝากธนาคารกว่า 5 ล้านบาท โดยอำพรางการถือครองด้วยการใส่ชื่อบุตรสาว พฤติกรรมจึงน่าเชื่อว่ามีการสมคบกันฟอกเงินกับอติโชติ ทำให้วัดพุทไธศวรรย์ได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม จนนำมาสู่การขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ออกหมายจับอติโชติและหญิงสาว
ตำรวจสอบสวนกลางตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย เพื่อหาพยานหลักฐานประกอบคดี 6 จุด ใน จ.พระนครศรีอยุธยา, ปทุมธานี, กรุงเทพมหานคร และ จ.บุรีรัมย์ โดยจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 2 ราย
1.) พระวชิรญาณ (อติโชติ) ข้อหา เป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์, ปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือทุจริตและสมคบกันร่วมกันฟอกเงิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157 และ 83 (แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 มาตรา 4) ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (5), 5, 10 และ 60
2.) น.ส.ป. ข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด (ยักยอก/ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ) และสมคบกันร่วมกันฟอกเงิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (5), 5 และ 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 มาตรา 4)
พร้อมตรวจยึดของกลางสำคัญ ดังนี้
1. พระวชิรญาณ (อติโชติ) เงินฝากในบัญชีกว่า 290 ล้านบาท, ในกุฏิพบเงินสด 138,308,986 บาท, ทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณ น้ำหนักรวมกว่า 1,000 บาททองคำ คิดเป็นมูลค่าร่วม 70 ล้านบาท มูลค่าทั้งสิ้น 205,204,733 บาท รวมทรัพย์สินที่ตรวจสอบได้เบื้องต้นเฉียด 500 ล้านบาท
2. น.ส.ป. เงินสดจำนวน 3,873,614 บาท ทองคำน้ำหนักประมาณ 90 บาท คิดเป็นเงิน 6,151,500 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 10,025,114 บาท (พบในบ้านพัก) และเอกสารบัญชีรายการทรัพย์สินอื่น ๆ อีกหลายรายการ รวมมูลค่าประมาณ 215,229,847 บาท
ตำรวจสอบสวนกลางดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้งสองรายและจะสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อไป





