วันศุกร์ ที่ 11 กันยายน 2569

Login
Login

'สมีโชติ-สีกาสาว' นอนคุก! ศาลไม่ให้ประกัน ชี้คดีอัตราโทษสูง หวั่นยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน

ศาลไม่ให้ประกัน "สมีโชติ-สีกาสาว" เสพเมถุน-ยักยอกเงินวัด ชี้คดีมีอัตราโทษสูง หากปล่อยชั่วคราวอาจไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ส่งคุมขังเรือนจำสระบุรี ด้าน ตำรวจแถลงยึดทรัพย์สินรวมกว่า 700 ล้านบาท

วันนี้ (11 ก.ย. 69) เมื่อเวลา 14.05 น. ที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จังหวัดสระบุรี พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ได้ควบคุมตัว สมีโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาที่ 1 และนางสาว ป. หรือ สีกาเอ๋ ผู้ต้องหาที่ 2 เดินทางมายื่นคำร้องขอฝากขัง ต่อศาลเป็นครั้งแรก โดยศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองรายตามคำร้อง มีกำหนด 12 วัน พร้อมทั้งมีคำสั่ง ยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว

โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าผู้ต้องหาทั้งสองเป็นบุคคลตามหมายจับ ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินและความผิดตามกฎหมายอื่นที่มีอัตราโทษสูง ประกอบกับคดีนี้ยังอยู่ในขั้นตอนที่พนักงานสอบสวนต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าหากอนุญาตปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาทั้งสองอาจเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 (2) และ (5) จึงยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ภายหลังศาลมีคำสั่ง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวทั้งสองไปคุมขังยังเรือนจำจังหวัดสระบุรีต่อไป

'สมีโชติ-สีกาสาว' นอนคุก! ศาลไม่ให้ประกัน ชี้คดีอัตราโทษสูง หวั่นยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน

 

เปิดพฤติการณ์ "อดีตเจ้าอาวาส-สีกาสาว" เสพเมถุน-ยักยอกเงินวัด ตร. แถลงยึดทรัพย์สินรวมกว่า 700 ล้านบาท

วันนี้ (11 กันยายน 2569) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการกองปราบปราม, ตำรวจสอบสวนกลาง, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แถลงการดำเนินคดี อดีตพระวชิรญาณ (อติโชติ ธมฺมวโร) เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พฤติการณ์​ก่อนเกิดเหตุ

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 69 เจ้าหน้าที่ได้รับหนังสือร้องเรียนแจ้งเบาะแสจาก ผู้ประสงค์ไม่ออกนาม ร้องเรียน อดีตพระอติโชติว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม น่าจะมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับหญิงสาว ที่ไม่ได้ประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง แต่กลับมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ และเมื่อสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า อติโชติมีพฤติกรรมเสพเมถุนกับหญิงสาวจริง อันถือว่าต้องอาบัติปาราชิกขาดจากความเป็นพระภิกษุ ตามพระธรรมวินัยของสงฆ์โดยทันที

'สมีโชติ-สีกาสาว' นอนคุก! ศาลไม่ให้ประกัน ชี้คดีอัตราโทษสูง หวั่นยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน

 

วันที่ 10 ก.ย. 69 เข้าทำการตรวจค้นและจับกุม

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนขยายผลตรวจสอบเชิงลึกจากข้อมูลในหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับการเงินของวัด จึงได้พบว่า อติโชติมีรับเงินบริจาคในนามวัด แต่ไม่นำเงินเข้าบัญชีของวัด แต่มีการออกใบอนุโมทนาบัตรของวัดให้ผู้เช่าบูชาวัตถุมงคล เบื้องต้น พบหลักฐานการรับโอนเงินและออกใบอนุโมทนาบัตรจำนวนหลายรายการ รวมยอดเงินประมาณ 100 ล้านบาทเศษ แต่ปรากฏว่า เงินบริจาคตามใบอนุโมทนาบัตรที่ออกไป เงินไม่ได้เข้าบัญชีของวัดแต่อย่างใด

เมื่อตรวจสอบธุรกรรมการเงินของหญิงสาว ปรากฏว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทั้งที่ไม่มีรายได้ประจำ ได้แก่ บ้านทาวน์เฮาส์ 2 หลัง มูลค่ารวมกว่า 4 ล้านบาท, รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ และเงินฝากธนาคารกว่า 5 ล้านบาท โดยอำพรางการถือครองด้วยการใส่ชื่อบุตรสาว พฤติกรรมจึงน่าเชื่อว่ามีการสมคบกันฟอกเงินกับอติโชติ ทำให้วัดพุทไธศวรรย์ได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม จนนำมาสู่การขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ออกหมายจับอติโชติและหญิงสาว

'สมีโชติ-สีกาสาว' นอนคุก! ศาลไม่ให้ประกัน ชี้คดีอัตราโทษสูง หวั่นยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน

ตำรวจสอบสวนกลางตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย เพื่อหาพยานหลักฐานประกอบคดี 6 จุด ใน จ.พระนครศรีอยุธยา, ปทุมธานี, กรุงเทพมหานคร และ จ.บุรีรัมย์ โดยจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 2 ราย

1.) พระวชิรญาณ (อติโชติ) ข้อหา เป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์, ปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือทุจริตและสมคบกันร่วมกันฟอกเงิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157 และ 83 (แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 มาตรา 4) ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (5), 5, 10 และ 60

2.) น.ส.ป. ข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด (ยักยอก/ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ) และสมคบกันร่วมกันฟอกเงิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (5), 5 และ 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 มาตรา 4)

พร้อมตรวจยึดของกลางสำคัญ ดังนี้

​1. พระวชิรญาณ (อติโชติ) เงินฝากในบัญชีกว่า 290 ล้านบาท, ในกุฏิพบเงินสด 138,308,986 บาท, ทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณ น้ำหนักรวมกว่า 1,000 บาททองคำ คิดเป็นมูลค่าร่วม 70 ล้านบาท มูลค่าทั้งสิ้น 205,204,733 บาท รวมทรัพย์สินที่ตรวจสอบได้เบื้องต้นเฉียด 500 ล้านบาท

​2. น.ส.ป. เงินสดจำนวน 3,873,614 บาท ทองคำน้ำหนักประมาณ 90 บาท คิดเป็นเงิน 6,151,500 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 10,025,114 บาท (พบในบ้านพัก) และเอกสารบัญชีรายการทรัพย์สินอื่น ๆ อีกหลายรายการ รวมมูลค่าประมาณ 215,229,847 บาท

ตำรวจสอบสวนกลางดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้งสองรายและจะสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อไป

'สมีโชติ-สีกาสาว' นอนคุก! ศาลไม่ให้ประกัน ชี้คดีอัตราโทษสูง หวั่นยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน