ครม. ไฟเขียวจับมือเยอรมนี ยกระดับอาชีวศึกษา 5 ด้าน เร่ง Reskill-Upskill ปรับหลักสูตรลุยยุค AI เพิ่มโอกาสแรงงานไทยสู่ตลาดโลก
คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างปฏิญญาร่วมแสดงเจตจำนงว่าด้วยความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาและการฝึกอบรม ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงศึกษาธิการ กิจการครอบครัว ผู้สูงอายุ สตรี และเยาวชนแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อยกระดับระบบอาชีวศึกษาและการพัฒนาบุคลากรของประเทศไทยให้มีมาตรฐานสากล พร้อมรับมือกับความท้าทายในยุคดิจิทัลและเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มติ ครม. ครั้งนี้เป็นการอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ลงนามในนามประเทศไทย โดยมีกำหนดการลงนามอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 กันยายน 2569 ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการดึงเอาจุดแข็งของระบบการศึกษาทวิภาคี (Dual System) จากเยอรมนี ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับโลกด้านการผลิตแรงงานสายอาชีพที่มีประสิทธิภาพ มาประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนโครงสร้างอาชีวศึกษาไทยให้เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมและตลาดแรงงานจริงได้อย่างราบรื่น
เจาะลึก 5 ยุทธศาสตร์ความร่วมมือไทย-เยอรมนี ยกระดับอาชีวศึกษาไทย
ร่างปฏิญญาร่วมฯ ฉบับนี้ได้วางกรอบการดำเนินงานครอบคลุม 5 ด้านหลัก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปแรงงานและการศึกษาสายอาชีพในยุคปัจจุบัน ได้แก่
1. พัฒนาระบบอาชีวศึกษาและโครงสร้างการเรียนรู้ มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนและวิเคราะห์เปรียบเทียบระบบ โครงสร้าง ตลอดจนแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices) ระหว่างสองประเทศ เพื่อนำข้อมูลมาปรับใช้ในการวางรากฐานและพัฒนาระบบอาชีวศึกษาของไทยให้มีความทันสมัยและเป็นสากล
2. พัฒนาการเรียนรู้ให้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน ส่งเสริมระบบการให้คำปรึกษาเชิงวิชาชีพและการแนะแนวอาชีพ พร้อมปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับลำดับความสำคัญและโจทย์ของตลาดแรงงาน เพื่อให้ผู้เรียนจบออกมาพร้อมทักษะที่นำไปใช้งานได้จริง
3. เร่งกระบวนการ Reskill และ Upskill ตลอดชีวิต สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) การยกระดับทักษะเดิม (Upskill) และการสร้างทักษะใหม่ (Reskill) ให้แก่ผู้เรียนและแรงงานปัจจุบัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเศรษฐกิจ
4. ยกระดับศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และเทคนิคการสอนสายอาชีพ เพื่อเพิ่มศักยภาพของบุคลากรผู้สอนในการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่แก่ผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5. เตรียมความพร้อมรับมือเทคโนโลยีและนวัตกรรมเปลี่ยนโลก มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบจากนวัตกรรมแบบพลิกโฉม (Disruptive Technology) โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล (Digital Transformation) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainability)
กลไกการขับเคลื่อนและการเชื่อมโยงภาคเอกชน
เพื่อให้กรอบความร่วมมือบรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินงานจะขับเคลื่อนผ่านหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ การจัดกิจกรรมเยี่ยมชมสถานที่ปฏิบัติงานจริง การประชุมระหว่างผู้เชี่ยวชาญของทั้งสองประเทศ ตลอดจนการจัดตั้ง "คณะทำงานร่วม" เพื่อติดตามและผลักดันนโยบายให้เกิดการปฏิบัติต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
นอกจากประโยชน์ในเชิงระบบการศึกษาแล้ว ความร่วมมือครั้งนี้ยังช่วยสร้างสะพานเชื่อมระหว่างสถานศึกษา องค์กรวิชาชีพ หอการค้า และภาคเอกชนของทั้งไทยและเยอรมนี เปิดโอกาสให้เกิดการลงทุนและการพัฒนาบุคลากรร่วมกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการจ้างงานและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของแรงงานไทยในระดับนานาชาติ
"ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้อาชีวศึกษาเชื่อมโยงกับโลกการทำงานมากขึ้น ตั้งแต่การพัฒนาหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการของตลาด การพัฒนาทักษะใหม่และทักษะที่จำเป็น ไปจนถึงการยกระดับครูและการเตรียมคนให้พร้อมรับเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้เรียนและแรงงานไทยมีทักษะที่สอดคล้องกับงานในอนาคต" ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
การร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนเท่านั้น แต่คือการวางรากฐานการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ครั้งใหญ่ เพื่อให้กำลังคนของประเทศมีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงในอนาคต





