ปภ. แจ้ง 71 จังหวัดรวม กทม. เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มช่วง 8–13 ก.ย. นี้ พร้อมสั่งตั้งศูนย์พักพิงรับมือ
วันนี้ (8 ก.ย. 69) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้ง 71 จังหวัด ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และกรุงเทพฯ เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขัง ในช่วงวันที่ 8 - 13 ก.ย. 69 โดยให้จัดทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนทันทีที่เกิดภัย โดยเฉพาะจุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้งให้เร่งระบายน้ำออกเพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด รวมถึงจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรองรับผู้อพยพให้เพียงพอ หากเกิดสถานการณ์ภัย ตลอดจนแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบล่วงหน้า และให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการ
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีประกาศ เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 8 - 13 กันยายน 2569) ฉบับที่ 1 (191/2569) ประกาศ ณ วันที่ 7 กันยายน 2569 เวลา 05.00 น. ในช่วงวันที่ 8 - 13 กันยายน 2569 ประเทศไทยจะมี ฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคอื่น ๆ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป
ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วงวันที่ 8 - 11 กันยายน 2569 จะมีร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังปานกลาง ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 12 - 13 กันยายน 2569 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากสาธารณรัฐประชาชนจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนลดลง ส่วนภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยมีพื้นที่คาดว่าจะเกิดฝนตกหนัก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขัง ในช่วงวันที่ 8 - 13 กันยายน 2569 ดังนี้
พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขัง
ภาคเหนือ ทุกจังหวัด
- แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพู ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทุกจังหวัด
- เลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ สุรินทร์ นครราชสีมา มหาสารคาม หนองบัวลำภู บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี
ภาคกลาง ทุกจังหวัด
- กาญจนบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี สุพรรณบุรี สระบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ราชบุรี นครปฐม ปทุมธานี ชลบุรี นนทบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี ตราด ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ
ภาคใต้ 9 จังหวัด
- จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และจังหวัดสตูล
กรุงเทพมหานคร
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้ประสานแจ้ง 71 จังหวัด ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และกรุงเทพมหานคร รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 1 – 18 ทั่วประเทศ ให้เตรียมพร้อมรับมมือกับปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดอุทกภัยและดินโคลนถล่ม โดยกำชับให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิดรวมถึงจัดทีมปฏิบัติการพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงเพื่อเผชิญเหตุและให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงและบริเวณที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ใน 24 ชั่วโมง เพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยว ทางธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงเกิดสถานการณ์ภัยให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นไม่ให้บุคคลเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด ตลอดจนจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรองรับผู้อพยพให้เพียงพอ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทราบล่วงหน้าเพื่อให้เตรียมพร้อมรับมือและปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางราชการเพื่อความปลอดภัย
ท้ายนี้ ขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศ ประกาศการแจ้งเตือนภัย สถานการณ์น้ำในพื้นที่ และข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน "THA DISASTER ALERT" และแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือทางไลน์ "ปภ.รับแจ้งเหตุ1784" รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป





