วันพฤหัสบดี ที่ 3 กันยายน 2569

Login
Login

เปิดสถิติน้ำในเขื่อน ล่าสุด รับมือฝนตกหนัก-น้ำโขงหนุนสูง 3-7 ก.ย.

สทนช. เปิดสถิติน้ำในเขื่อนล่าสุดแตะ 66% เตือนรับมือฝนตกหนัก 3–7 ก.ย. นี้ พร้อมออกประกาศฉบับที่ 2 เฝ้าระวังมวลน้ำโขงพุ่งสูง เสี่ยงล้นตลิ่งท่วม 4 จังหวัดอีสาน

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สรุปรายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 2 กันยายน 2569 เผยภาพรวมปริมาณน้ำทั่วประเทศและสภาพอากาศล่าสุด พร้อมออกประกาศเตือนภัยฉบับที่ 2/2569 ให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เตรียมรับมือกับฝนตกหนัก รวมถึงเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่มีแนวโน้มยกระดับสูงขึ้นอย่างฉับพลัน

สภาพอากาศและพื้นที่ฝนตกสูงสุดรายภาค

จากรายงานสถานการณ์น้ำฝนพบว่า ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักเกิดขึ้นในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในกลุ่มภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก โดยวัดปริมาณฝนสูงสุดในแต่ละภูมิภาคได้ดังนี้

  • ภาคเหนือ จ.เชียงราย วัดปริมาณฝนได้สูงสุด 104 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.บึงกาฬ วัดปริมาณฝนได้ 55 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันออก จ.จันทบุรี วัดปริมาณฝนได้ 45 มิลลิเมตร
  • ภาคใต้ จ.ระนอง วัดปริมาณฝนได้ 41 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี วัดปริมาณฝนได้ 35 มิลลิเมตร
  • ภาคกลาง จ.สระบุรี วัดปริมาณฝนได้ 28 มิลลิเมตร

ทั้งนี้ คาดการณ์ช่วงวันที่ 3 - 7 กันยายน 2569 ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น และยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งปกคลุมบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

วิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ

สำหรับภาพรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ขณะนี้มีปริมาณน้ำรวมอยู่ที่ 53,639 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 66% ของความจุเก็บกัก โดยเป็นปริมาณน้ำใช้การได้จริง 29,520 ล้านลูกบาศก์เมตร (52%) โดยสถิติแบ่งตามรายภาค มีรายละเอียดดังนี้

  • ภาคตะวันตก มีปริมาณน้ำสูงสุดเมื่อเทียบกับความจุ อยู่ที่ 22,858 ล้านลูกบาศก์เมตร (81%)
  • ภาคใต้: ปริมาณน้ำ 4,898 ล้านลูกบาศก์เมตร (64%)
  • ภาคเหนือ มีปริมาณน้ำ 17,189 ล้านลูกบาศก์เมตร (62%)
  • ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำ 1,728 ล้านลูกบาศก์เมตร (55%)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำ 6,184 ล้านลูกบาศก์เมตร (51%)
  • ภาคกลาง มีปริมาณน้ำน้อยที่สุด อยู่ที่ 782 ล้านลูกบาศก์เมตร (41%)

ด้านสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำสำคัญ 3 แห่ง ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พบว่า อ่างเก็บน้ำประแสร์ มีปริมาณน้ำสูงสุดที่ 209 ล้านลูกบาศก์เมตร (71%) ขณะที่ อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล มีปริมาณน้ำ 84 ล้านลูกบาศก์เมตร (51%) และ อ่างเก็บน้ำบางพระ มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 59 ล้านลูกบาศก์เมตร (50%) ตามลำดับ ภาพรวมยังคงอยู่ในเกณฑ์บริหารจัดการได้ แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนที่อาจตกเพิ่มในช่วงสัปดาห์นี้

สทนช. ออกประกาศ ฉบับที่ 2/2569 เตือนมวลน้ำโขงพุ่งสูง เสี่ยงล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ

ประเด็นสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในขณะนี้ คือการประกาศเตือนภัยจาก สทนช. ฉบับที่ 2/2569 เรื่อง แนวโน้มระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วงวันที่ 3 - 6 กันยายน 2569 คาดการณ์ว่าระดับน้ำโขงอาจเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 2.0 ถึง 4.8 เมตร ส่งผลให้มีความเสี่ยงสูงที่ระดับน้ำจะเอ่อล้นตลิ่ง และสูงกว่าระดับวิกฤติ จนไหลหลากเข้าท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขาที่ไม่สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงได้สะดวก

พื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังระดับน้ำโขงล้นตลิ่ง 4 จังหวัดอีสาน ได้แก่

  1. จังหวัดหนองคาย อำเภอสังคม, ศรีเชียงใหม่, ท่าบ่อ, เมืองหนองคาย, โพนพิสัย และรัตนวาปี
  2. จังหวัดบึงกาฬ อำเภอปากคาด, เมืองบึงกาฬ, บุ่งคล้า และบึงโขงหลง
  3. จังหวัดนครพนม อำเภอบ้านแพง, ท่าอุเทน, เมืองนครพนม และธาตุพนม
  4. จังหวัดมุกดาหาร อำเภอหว้านใหญ่, เมืองมุกดาหาร และดอนตาล

ทาง สทนช. ได้เน้นย้ำและประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ให้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ตรวจสอบความแข็งแรงของแนวคันกั้นน้ำ เตรียมเครื่องจักรเครื่องมือเพื่อช่วยเหลือประชาชนทันท่วงที พร้อมขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขงและพื้นที่ลุ่มต่ำ ติดตามข่าวสารประกาศเตือนภัยและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง