จับตา พายุโซนร้อน "โซเดล" ดันร่องมรสุมกำลังแรง ถล่มไทย ฝนตกหนัก 2-4 ก.ย. นี้ เตือน 48 จังหวัดระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และคลื่นลมแรง
วันนี้ (2 ก.ย. 69) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ออกประกาศ สรุปสถานการณ์เฝ้าระวังภัยพิบัติทางธรรมชาติในช่วงวันที่ 2 - 4 กันยายน 2569 เตือนประชาชนทั่วทุกภาคของประเทศไทยให้เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขังในเขตเมือง และน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำ
จากการสะสมของปริมาณฝนอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ความชื้นในดินหลายพื้นที่อยู่ในภาวะ "อิ่มน้ำ" แล้ว ทำให้ความสามารถในการดูดซับน้ำลดลง หากมีฝนตกซ้ำลงมาจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดดินสไลด์และน้ำป่าไหลหลากได้อย่างรวดเร็ว
เปิดสาเหตุสภาพอากาศแปรปรวน : ร่องมรสุมแท็กทีมพายุโซนร้อน “โซเดล”
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดฝนตกหนักทั่วประเทศในรอบนี้ เกิดจากปรากฏการณ์ทางอุตุนิยมวิทยาสำคัญ 2 ส่วนด้วยกัน
- ร่องมรสุมพาดผ่านและพายุโซนร้อน ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่ศูนย์กลางของ พายุโซนร้อน “โซเดล” (SAUDEL) บริเวณชายฝั่งประเทศจีนตอนใต้
- มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรง มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมบริเวณทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
การรวมตัวกันของปัจจัยทั้งสอง ส่งผลให้ทั่วทุกภาคของประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
เจาะลึกรายภาค! เปิดพิกัดพื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงน้ำท่วม 2 – 4 ก.ย. 69
สสน. ได้ระบุรายชื่อจังหวัดเสี่ยงภัยที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ครอบคลุมเกือบทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ดังนี้:
1. ภาคเหนือ (เฝ้าระวังครอบคลุม 14 จังหวัด)
พื้นที่ทางภาคเหนือต้องระวังน้ำป่าไหลหลากจากบริเวณที่ลาดเชิงเขา จังหวัดที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ตาก, แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, พะเยา, น่าน, ลำพูน, ลำปาง, แพร่, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พิจิตร และเพชรบูรณ์
2. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสานโดนเต็มๆ 20 จังหวัด)
ภาคอีสานเป็นพื้นที่รับอิทธิพลจากร่องมรสุมโดยตรง จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, สกลนคร, นครพนม, อุดรธานี, ชัยภูมิ, ขอนแก่น, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, ยโสธร, อำนาจเจริญ, นครราชสีมา, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี
3. ภาคกลางและภาคตะวันออก (เสี่ยงน้ำท่วมขังและน้ำล้นตลิ่ง)
จังหวัดในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ติดชายเขา ต้องระวังน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขังในเขตเมือง ได้แก่ กาญจนบุรี, นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด
4. ภาคใต้ฝั่งตะวันตก (เสี่ยงฝนตกหนักและคลื่นลมแรง)
พื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามันและตอนบน ต้องระวังฝนตกสะสม ได้แก่ ชุมพร, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช และตรัง
เตือนชาวเรือ! คลื่นลมแรง ทะเลอันดามัน-อ่าวไทย คลื่นสูงเกิน 3 เมตร
นอกเหนือจากภัยน้ำท่วมบนบกแล้ว สำหรับผู้ประกอบการเดินเรือ ชาวประมง และนักท่องเที่ยวทางทะเล ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
เนื่องจาก คลื่นลมบริเวณทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ขอแนะนำให้เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 2 – 4 กันยายน 2569 นี้ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
แนวทางปฏิบัติและข้อแนะนำการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ
เพื่อลดความสูญเสียจากเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรดำเนินการดังนี้
- ยกของขึ้นที่สูง จัดเก็บสิ่งของมีค่า เอกสารสำคัญ และอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่เหนือระดับน้ำที่คาดว่าจะท่วมถึง
- ตรวจสอบระบบไฟฟ้า ขุดลอก ล้างท่อน้ำทิ้งรอบบ้าน และตัดไฟในจุดที่เสี่ยงถูกน้ำท่วมขังเพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่ว
- เตรียมชุดฉุกเฉิน จัดเตรียมน้ำดื่ม อาหารแห้ง ยารักษาโรค ไฟฉาย และแบตเตอรี่สำรองให้พร้อมใช้งานเสมอ
- ระวังสิ่งมีชีวิตมีพิษ ในช่วงน้ำท่วม สัตว์มีพิษ เช่น งู สัตว์เลื้อยคลาน หรือแมลงต่างๆ มักจะหนีน้ำเข้ามาอาศัยในที่อยู่อาศัย
ช่องทางติดตามสถานการณ์น้ำและอากาศแบบ Real-time
ประชาชนสามารถติดตามข่าวสาร ข้อมูล สภาพอากาศ และสถานการณ์น้ำได้อย่างแม่นยำและทันท่วงทีผ่านช่องทางของ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.)
- แอปพลิเคชัน: ThaiWater (ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOS และ Android)
- เว็บไซต์: www.thaiwater.net





