วันพุธ ที่ 2 กันยายน 2569

Login
Login

ปภ. เตือนด่วน! รับมือพายุโซเดล ฝนถล่มทั่วไทย สั่งเฝ้าระวังน้ำโขง

ปภ. ถก SAT รับมือฝนตกหนักทั่วไทย 1-7 ก.ย. 69 หลังพายุ "โซเดล" ทำน้ำโขงเพิ่มสูง สั่งเตือนผ่าน Cell Broadcast พร้อมเร่งเยียวยา

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (SAT) ครั้งที่ 23/2569 รับมือ สภาพอากาศแปรปรวน จาก พายุโซนร้อน "โซเดล" และร่องมรสุม ชี้ทั่วไทยเสี่ยงฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก สั่งการจังหวัดเสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือ 24 ชั่วโมง เร่งประสานเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast พร้อมกำชับสำรวจความเสียหายเพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง

สรุปประเด็นสำคัญจากการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (SAT)

นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) ครั้งที่ 23/2569 ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีผู้บริหาร ปภ. ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศูนย์ ปภ. เขต และสำนักงาน ปภ. จังหวัด เข้าร่วมประชุมทั้ง ณ ที่ตั้งและผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงและกำหนดมาตรการรับมืออุทกภัยทั่วประเทศ

พยากรณ์อากาศและพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก

ผลการประเมินสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า สภาพอากาศในประเทศไทยช่วงต้นเดือนกันยายน 2569 มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วงสำคัญ

ช่วงวันที่ 1 - 2 กันยายน 2569 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่พายุโซนร้อน "โซเดล" (Zodel) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ช่วงวันที่ 3 - 7 กันยายน 2569 ร่องมรสุมเลื่อนมาพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ส่งผลให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก

ปริมาณฝนตกสะสมอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม นอกจากนี้ สถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

มาตรการสั่งการและแนวทางปฏิบัติงานของ ปภ.

เพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รองอธิบดี ปภ. ได้มอบหมายแนวทางปฏิบัติงานให้แก่หน่วยงานในพื้นที่และจังหวัดเสี่ยงภัย ดังนี้

ด้านการดำเนินงานรายละเอียดมาตรการและข้อสั่งการ

การระบบข้อมูลและการแจ้งเตือนภัย

  • อัปเดตข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครในพื้นที่ให้เป็นปัจจุบัน
  • แจ้งเตือนภัยผ่านวิทยุชุมชน หอกระจายข่าว
  • ประสานศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติส่งข้อความเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast Service เข้ามือถือประชาชนโดยตรง

การจัดการแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ

  • ประเมินความปลอดภัยพื้นที่เสี่ยง เช่น ถ้ำ น้ำตก ถ้ำลอด อย่างต่อเนื่อง
  • หากมีแนวโน้มอันตราย ให้สั่งจำกัดหรือระงับการเข้าพื้นที่ทันที
  • จัดเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง

การบริหารจัดการพื้นที่ริมแม่น้ำโขง

  • ติดตามระดับน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำและวิเคราะห์แนวโน้มผลกระทบ
  • ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของพนังกั้นน้ำ เขื่อน ประตูระบายน้ำ และเครื่องสูบน้ำ
  • แจ้งเตือนผู้ประกอบการเรือ แพ และร้านอาหารริมน้ำ ให้เตรียมรับมือระดับน้ำล้นตลิ่ง

การเตรียมความพร้อมกำลังพล

  • ให้ศูนย์ ปภ. เขต จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย และอุปกรณ์ ประจำจุดเสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง

 

การเร่งรัดช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูผู้ประสบภัย

สำหรับพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้สั่งการให้เร่งฟื้นฟูทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่สาธารณะทันที ควบคู่กับการสำรวจความเสียหายอย่างครอบคลุม ทั้งในด้านสิ่งปลูกสร้าง ทรัพย์สิน พื้นที่เกษตรกรรม และการดำรงชีพ

การจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยจะดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล และปฏิบัติตามระเบียบ หลักเกณฑ์ของทางราชการอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งเน้นความรวดเร็ว โปร่งใส ทั่วถึง และเป็นธรรม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติได้โดยเร็วที่สุด