กบข. เปิด 4 รูปแบบบริการ "ออมต่อ" ช่วยข้าราชการเกษียณบริหารเงินปลอดภัย ลดเสี่ยงมิจฉาชีพ พร้อมสิทธิ์ปรับพอร์ตได้ฟรี 12 ครั้ง/ปี
กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ประกาศความพร้อมในการบริหารจัดการและเตรียมจ่ายเงินกองทุนคืนให้แก่สมาชิกข้าราชการที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569 ครอบคลุมสมาชิกกว่า 1.6 หมื่นราย รวมวงเงินทั้งสิ้นเกือบ 2.5 หมื่นล้านบาท พร้อมเดินหน้าส่งเสริมบริการ "ออมต่อ" เพื่อเป็นทางเลือกในการบริหารเงินหลังเกษียณอย่างเป็นระบบ ช่วยลดความเสี่ยงจากการตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ และเปิดโอกาสให้เงินออมเติบโตอย่างยั่งยืน
ตัวเลขสำคัญเงินเกษียณ กบข. ปี 2569 จ่ายรวม 24,950 ล้านบาท
ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 กันยายน 2569 จะมีสมาชิก กบข. ที่เกษียณอายุราชการจำนวน 16,233 ราย จากจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ประมาณ 1.29 ล้านราย ซึ่ง กบข. ได้เตรียมความพร้อมในการจ่ายเงินกองทุนคืนให้แก่สมาชิกกลุ่มดังกล่าวเป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 24,950 ล้านบาท
สำหรับเงินกองทุนมูลค่าเกือบ 2.5 หมื่นล้านบาทนี้ เป็นผลจากการสะสมเงินอย่างต่อเนื่องของสมาชิก ประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่
- เงินออมสะสมของสมาชิก เงินที่สมาชิกหักสะสมเข้ากองทุนเป็นประจำทุกเดือนตลอดช่วงเวลาการรับราชการ
- เงินสมทบจากภาครัฐ เงินที่ภาครัฐบาลจ่ายสมทบเติมเข้ามาตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
- ผลตอบแทนจากการลงทุน ดอกผลและผลประโยชน์จากการนำเงินกองทุนไปบริหารจัดสรรในสินทรัพย์ต่างๆ
จากการคำนวณในภาพรวม พบว่าสมาชิกที่เกษียณอายุราชการในปี 2569 จะได้รับเงินกองทุนเฉลี่ยรายละประมาณ 1.53 ล้านบาท โดยมีสมาชิกที่ได้รับเงินกองทุนสูงสุดมากถึง 7.86 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการออมและการบริหารเงินผ่าน กบข.
ปัจจัยที่ทำให้เงินเกษียณแตกต่างกัน และเทคนิคเพิ่มเงินออมให้ได้สูงสุด
ยอดเงินกองทุนที่สมาชิกแต่ละรายจะได้รับเมื่อเกษียณอายุราชการนั้นมีความแตกต่างกัน ไม่ได้เท่ากันทุกคน โดย ดร.ศรพล ได้อธิบายว่า ยอดเงินสุทธิจะขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะบุคคล ได้แก่
- ระยะเวลาการเป็นสมาชิก ยิ่งรับราชการและเป็นสมาชิก กบข. ยาวนาน ยิ่งมีระยะเวลาสะสมเงินและสร้างผลตอบแทนทบต้นมากขึ้น
- อัตราเงินเดือน ฐานเงินเดือนตลอดอายุการรับราชการ ซึ่งเป็นตัวกำหนดจำนวนเงินสะสมและเงินสมทบ
- อัตราการออม การตัดสินใจออมเพิ่มนอกเหนือจากอัตราสะสมปกติ
- แผนการลงทุน การเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
- ผลตอบแทนที่ได้รับ สภาพตลาดและประสิทธิภาพของแผนการลงทุนที่เลือกใช้
ทั้งนี้ กบข. ระบุว่า การที่สมาชิกตัดสินใจเลือก "ออมเพิ่ม" ควบคู่ไปกับการเลือก "แผนการลงทุนอย่างเหมาะสม" ถือเป็นหัวใจสำคัญที่มีส่วนช่วยอย่างยิ่งในการดันยอดเงินที่จะได้รับ ณ วันเกษียณอายุราชการให้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
บริการ "ออมต่อ" บริหารเงินเกษียณอย่างเป็นระบบ ลดความเสี่ยงมิจฉาชีพ
จากข้อมูลสถิติของ กบข. พบว่า สมาชิกที่แจ้งความประสงค์ล่วงหน้าในการขอฝากให้กองทุนบริหารต่อ หรือเลือกใช้บริการ "ออมต่อ" มีสัดส่วนคิดเป็นประมาณ 9% ของผู้ที่แจ้งความประสงค์ทั้งหมด ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของสมาชิกที่มีต่อการบริหารเงินลงทุนของ กบข. และมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี
ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร กล่าวเน้นย้ำถึงวัตถุประสงค์ของบริการนี้ว่า กบข. มุ่งมั่นดูแลเงินออมของสมาชิกให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ บริการออมต่อจะเข้ามาช่วยให้สมาชิกสามารถบริหารเงินเกษียณได้อย่างเป็นระบบ ปิดความเสี่ยงจากการถอนเงินก้อนใหญ่มาไว้ในบัญชีธนาคารส่วนตัว ซึ่งอาจตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพหรือการหลอกลวงทางการเงินในรูปแบบต่างๆ
นอกจากนี้ กบข. ยังให้สิทธิ์ผู้ที่เลือกบริการออมต่อสามารถเปลี่ยนแผนการลงทุนได้สูงสุด 12 ครั้งต่อปี เช่นเดียวกับสมาชิกที่ยังรับราชการอยู่ เพื่อเปิดโอกาสให้เงินออมสามารถเติบโตและสร้างผลตอบแทนได้อย่างต่อเนื่องแม้จะเกษียณอายุไปแล้ว
เจาะลึก 4 รูปแบบบริการ "ออมต่อ" เลือกได้ตามสไตล์การใช้ชีวิต
เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและรูปแบบการใช้เงินหลังเกษียณที่แตกต่างกัน กบข. ได้จัดเตรียมรูปแบบบริการ "ออมต่อ" ไว้ให้สมาชิกเลือกใช้ตามความเหมาะสม 4 รูปแบบ ดังนี้
- ออมต่อทั้งจำนวน คงเงินกองทุนทั้งหมดไว้ให้ กบข. บริหารจัดการต่อ เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว
- ทยอยรับเงินเป็นงวดๆ เลือกรับเงินโอนเข้าบัญชีเป็นรายงวด เช่น รายเดือน, ราย 3 เดือน, ราย 6 เดือน หรือรายปี ตามแผนการใช้จ่ายประจำวัน
- ขอรับเงินบางส่วน ที่เหลือให้ กบข. บริหารต่อ เบิกเงินก้อนออกมาส่วนหนึ่งเพื่อใช้จ่ายในระยะแรก แล้วคงเงินส่วนที่เหลือไว้ให้ กบข. ลงทุนต่อ
- ขอรับเงินบางส่วน ที่เหลือทยอยรับเงินเป็นงวดๆ ถอนเงินก้อนบางส่วนออกมาใช้งาน และนำเงินส่วนที่เหลือมากำหนดตารางทยอยรับเป็นงวดๆ
ช่องทางการแจ้งความประสงค์ และสิทธิ์การปรับเปลี่ยนรูปแบบ
สมาชิกข้าราชการที่กำลังจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569 และมีความสนใจใช้บริการออมต่อ สามารถแจ้งความประสงค์ได้ผ่าน 2 ช่องทางหลัก ประกอบด้วย
- ช่องทางที่ 1 แจ้งความประสงค์ผ่านระบบบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาล (Digital Pension) ของกรมบัญชีกลาง
- ช่องทางที่ 2 แจ้งความประสงค์ผ่านหน่วยงานต้นสังกัด พร้อมกรอกแบบฟอร์ม "กบข. รง 008/1/2555" และเลือกบริการออมต่อ
สำหรับสมาชิกที่เลือกใช้บริการออมต่อแล้ว หากในอนาคตต้องการปรับเปลี่ยนรูปแบบการออมให้เข้ากับสถานการณ์ชีวิต กบข. อนุญาตให้ผู้ออมต่อสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบการออมได้ปีละ 2 ครั้ง
หากสมาชิกต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการออมต่อ หรือข้อมูลการเกษียณอายุ สามารถติดต่อได้ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของ กบข. ได้แก่ Facebook กบข., LINE Official Account: @gpfcommunity หรือศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก โทร. 1179
การเตรียมความพร้อมจ่ายเงินกองทุนมูลค่า 24,950 ล้านบาท พร้อมกับการชูบริการ "ออมต่อ" ในปี 2569 นี้นับเป็นก้าวสำคัญของ กบข. ในการเคียงข้างข้าราชการไทย เพื่อให้มั่นใจว่าสมาชิกทุกคนจะมีเครื่องมือทางการเงินที่ปลอดภัย ยืดหยุ่น และพร้อมรองรับการดำเนินชีวิตในวัยเกษียณได้อย่างมั่นคงและมีความสุข





