เช็กสถานการณ์น้ำในเขื่อนล่าสุด สทนช. เตือนฝนตกหนัก 3-6 ก.ย. นี้ จับตาเขื่อนหลัก-แม่น้ำโขงจ่อล้นตลิ่ง พื้นที่เสี่ยงเตรียมรับมือ
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ ประจำวันที่ 1 กันยายน 2569 เผยประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก พร้อมออกประกาศฉบับที่ 2/2569 แจ้งเตือนมวลน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
เตือนภัยแม่น้ำโขงล้นตลิ่ง 31 ส.ค. – 6 ก.ย. 69
จากการคาดการณ์ ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น 2.0 – 4.8 เมตร Risk ระดับน้ำสูงกว่าจุดวิกฤติ ส่งผลให้เสี่ยงน้ำหลากท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขาใน 4 จังหวัดภาคอีสาน ได้แก่
- จ.หนองคาย อ.สังคม, ศรีเชียงใหม่, ท่าบ่อ, เมืองหนองคาย, โพนพิสัย และรัตนวาปี
- จ.บึงกาฬ อ.ปากคาด, เมืองบึงกาฬ, บุ่งคล้า และบึงโขงหลง
- จ.นครพนม อ.บ้านแพง, ท่าอุเทน, เมืองนครพนม และธาตุพนม
- จ.มุกดาหาร อ.หว้านใหญ่, เมืองมุกดาหาร และดอนตาล
สทนช. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและเตรียมรับมือผลกระทบจากระดับน้ำเปลี่ยนแปลง
สรุปปริมาณฝนสูงสุดรายภาค (มม.)
- ภาคใต้ จ.ชุมพร (147 มม.)
- ภาคเหนือ จ.ตาก (112 มม.)
- ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี (107 มม.)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อุบลราชธานี (65 มม.)
- ภาคตะวันออก จ.จันทบุรี (63 มม.)
- ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร (25 มม.)
แนวโน้มสภาพอากาศ (3 - 6 ก.ย. 69) ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก
รายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำภาพรวม
ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวม 66% ของความจุ (53,170 ล้าน ลบ.ม.) คิดเป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 51% (29,048 ล้าน ลบ.ม.)
สถิติปริมาณน้ำแยกตามรายภาค
- ภาคตะวันตก : 22,517 ล้าน ลบ.ม. (79%)
- ภาคเหนือ : 17,143 ล้าน ลบ.ม. (62%)
- ภาคใต้ : 4,887 ล้าน ลบ.ม. (64%)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : 6,152 ล้าน ลบ.ม. (51%)
- ภาคตะวันออก : 1,710 ล้าน ลบ.ม. (54%)
- ภาคกลาง : 761 ล้าน ลบ.ม. (40%)
สถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา
- เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณน้ำ 6,906 ล้าน ลบ.ม. (73%)
- เขื่อนภูมิพล ปริมาณน้ำ 7,634 ล้าน ลบ.ม. (57%)
- เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณน้ำ 373 ล้าน ลบ.ม. (43%)
- เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ปริมาณน้ำ 393 ล้าน ลบ.ม. (42%)





