Bolt ทุ่มกว่า 30 ล้านบาท ยกระดับผู้ขับขี่มืออาชีพ สู่มาตรฐานใหม่ ชูความปลอดภัยต้องเดินคู่การปฏิบัติตามกฎระเบียบ
KEY POINTS
- โบลท์สนับสนุนผู้ขับขี่ให้เข้าสู่ระบบอย่างถูกกฎหมาย โดยมีมาตรการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายและสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อให้การดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถสาธารณะและการจดทะเบียนรถง่ายขึ้น
- บริษัทตั้งเป้าหมายให้ผู้ขับขี่ในระบบ 100% มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยปัจจุบันมีผู้ขับขี่เข้าสู่กระบวนการแล้วกว่า 100,000 ราย
- โบลท์ให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัย โดยทำงานร่วมกับภาครัฐ เช่น กรมการขนส่งทางบก และตำรวจจราจร เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการ
- ล่าสุดได้ร่วมจัดงานสัมมนา “รวมพลังยกระดับผู้ขับขี่มืออาชีพ สู่มาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างยั่งยืน” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายและความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่
โบลท์ ประเทศไทย เปิดแนวทางการดำเนินธุรกิจในตลาดไทย โดยให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับภาครัฐ การผลักดันผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง และการนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้งาน เพื่อพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ผู้โดยสารแต่ละกลุ่ม สะท้อนแนวทางการเติบโตที่ไม่ได้มุ่งแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับมาตรฐาน ความปลอดภัย และประสบการณ์ของผู้ใช้บริการในระยะยาว
นายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โบลท์ ซัพพอร์ต เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจของแพลตฟอร์มเรียกรถจำเป็นต้องเดินไปพร้อมกับกฎระเบียบของประเทศ โดยโบลท์ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับกรมการขนส่งทางบกตั้งแต่เริ่มเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เพื่อทำความเข้าใจข้อกำหนดและนำไปปรับใช้กับการให้บริการ
โบลท์ยังเดินหน้าผลักดันให้ผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง โดยสนับสนุนการดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถสาธารณะและการจดทะเบียนรถ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญของธุรกิจเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน เนื่องจากผู้ขับขี่ต้องผ่านหลายขั้นตอน ทั้งการเตรียมเอกสาร ตรวจสุขภาพ ตรวจสภาพรถ ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และการนำรถเข้าสู่ระบบ รย.17 หรือ รย.18 กว่า 30 ล้านบาท
ปัจจุบันโบลท์มีผู้ขับขี่ที่เข้าสู่กระบวนการขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะแล้วกว่า 100,000 ราย จากประมาณ 60,000 รายในช่วงต้นปีถึงกลางปี และเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 40,000 รายในช่วงครึ่งปีหลัง โดยบริษัทตั้งเป้าหมายให้ผู้ขับขี่ในระบบ 100% มีใบอนุญาตภายในวันที่ 30 ก.ย. 2569
เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบได้ง่ายขึ้น โบลท์ดำเนินโครงการ Booster Week เพื่อให้ข้อมูลและช่วยประสานงานในแต่ละขั้นตอน รวมถึงมีมาตรการสนับสนุนด้านค่าใช้จ่ายและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ขับขี่ที่ดำเนินการตามข้อกำหนด โดยมองว่าการปฏิบัติตามกฎระเบียบจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืนเมื่อผู้ขับขี่ได้รับทั้งข้อมูลและการสนับสนุนที่เพียงพอ
อีกด้านหนึ่ง โบลท์ให้ความสำคัญกับการใช้ เทคโนโลยีและข้อมูล เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้โดยสาร โดยระบบหลังบ้านสามารถเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล เช่น ความถี่ในการใช้บริการ ลักษณะการใช้งาน และสถานะของผู้ใช้งานว่าเป็นลูกค้าใหม่ ลูกค้าที่ใช้งานต่อเนื่อง หรือลูกค้าที่กลับมาใช้บริการอีกครั้ง
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการใช้ข้อมูลเพื่อบริหารความต้องการของผู้โดยสารในแต่ละกลุ่ม แทนการใช้โปรโมชั่นรูปแบบเดียวกับผู้ใช้ทุกคน และช่วยให้แพลตฟอร์มสามารถปรับบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการเดินทางที่แตกต่างกัน
ทั้งนี้ การทำงานร่วมกับภาครัฐและการผลักดันผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบยังเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามยกระดับมาตรฐานของธุรกิจเรียกรถ โดยล่าสุดโบลท์ได้ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก คณะกรรมการศึกษาแนวทางความปลอดภัย ป้องกัน และลดอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างยั่งยืน (คศป.) ตำรวจจราจร และเครือข่ายผู้ขับขี่ จัดงานสัมมนา “รวมพลังยกระดับผู้ขับขี่มืออาชีพ สู่มาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างยั่งยืน” โดยมี นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธาน คศป. เป็นประธานเปิดงาน พร้อมผู้ขับขี่กว่า 100 คน เข้าร่วม เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องกฎหมาย ความปลอดภัย และมาตรฐานการให้บริการ
สำหรับโบลท์ การเติบโตในตลาดไทยจึงไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มจำนวนผู้ใช้หรือผู้ขับขี่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างระบบที่เชื่อมโยง ภาครัฐ ผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร เข้าด้วยกัน โดยมีทั้งการปฏิบัติตามกฎระเบียบ การนำเทคโนโลยีมาใช้ และการทำความเข้าใจผู้บริโภค เพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจและมาตรฐานการให้บริการในระยะยาว





