วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

สทนช. เตือน แม่น้ำสายหลักเพิ่มสูง จับตา 22 เขื่อน น้ำเกินความจุ

สทนช. เตือนรับมือฝนตกหนัก 29 ส.ค.–2 ก.ย. ส่งผลแม่น้ำสายหลักเพิ่มสูง ล้นตลิ่ง เฝ้าระวัง 22 อ่างเก็บน้ำเกินความจุ เร่งระบายน้ำป้องกันท่วม

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สรุปสถานการณ์น้ำ ภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 30 สิงหาคม 2569 เผยภาพรวมทั่วประเทศมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น และฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก พร้อมออกประกาศฉบับที่ 1/2569 เตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย รับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่งอย่างใกล้ชิด ถึงวันที่ 2 กันยายนนี้

สรุปปริมาณฝนสูงสุดรายภาค (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ส.ค. 69)

  • ภาคตะวันออก จ.นครนายก (137 มม.)
  • ภาคใต้ จ.พังงา (99 มม.)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.กาฬสินธุ์ (89 มม.)
  • ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน (83 มม.)
  • ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี (80 มม.)
  • ภาคกลาง จ.ลพบุรี (69 มม.)

เตือนภัย 18 จังหวัดเสี่ยง และแม่น้ำสายหลัก เฝ้าระวัง

สทนช. แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงภัยช่วงวันที่ 29 สิงหาคม – 2 กันยายน 2569 ให้เฝ้าระวังดิน โคลนถล่ม น้ำป่าไหลหลาก และระดับน้ำล้นตลิ่งฉับพลัน ดังนี้

พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม-ดินโคลนถล่ม

  • ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน, เชียงราย, เชียงใหม่, น่าน, แพร่, พะเยา, เพชรบูรณ์, ตาก, พิษณุโลก
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หนองคาย, บึงกาฬ, นครพนม, สกลนคร, ร้อยเอ็ด
  • ภาคตะวันตก กาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก จันทบุรี, ตราด

ลุ่มน้ำและแม่น้ำที่ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำล้นตลิ่ง แม่น้ำยวม (แม่ฮ่องสอน), แม่น้ำกก (เชียงราย), แม่น้ำน่าน (น่าน), แม่น้ำเมย (ตาก), แม่น้ำยม (แพร่, สุโขทัย, พิจิตร), แม่น้ำแควน้อยและลำน้ำเฟี้ย (พิษณุโลก), ลำน้ำยัง (ร้อยเอ็ด) รวมถึงการติดตามแนวโน้มระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา

  • เขื่อนภูมิพล ปริมาณน้ำ 7,603 ล้าน ลบ.ม. (56%)
  • เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณน้ำ 6,872 ล้าน ลบ.ม. (72%)
  • เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ปริมาณน้ำ 381 ล้าน ลบ.ม. (41%)
  • เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณน้ำ 346 ล้าน ลบ.ม. (40%)

ยกระดับการบริหารจัดการน้ำ เร่งระบายน้ำและแจ้งเตือนภัย

นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการ สทนช. เปิดเผยหลังการประชุมคณะทำงานวิเคราะห์สภาพอากาศและคาดการณ์สถานการณ์น้ำ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ 18 จังหวัดพื้นที่เสี่ยง ว่า สทนช. ได้กำชับการบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็ก 22 แห่งที่มีน้ำเกินความจุ ให้ปรับเกณฑ์การระบายน้ำ รับมือฝนระลอกใหม่ พร้อมตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อน ก่อสร้างทางระบายน้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำทั้งหมด

นอกจากนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับจังหวัด ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีในการบูรณาการช่วยเหลือ และขยายระบบตรวจวัดปริมาณน้ำฝน (โทรมาตร) ให้ครอบคลุมทุกจุดเสี่ยง โดยมีการประชุมติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์วันละ 2 รอบ (07.30 น. และ 16.30 น.)

ทั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสามารถติดตามข้อมูลเรดาร์และกลุ่มฝนล่วงหน้าได้ทางเว็บไซต์ clpp-radar.onwr.go.th เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำได้อย่างทันท่วงที