สทนช. เตือนรับมือฝนตกหนัก 29 ส.ค.–2 ก.ย. ส่งผลแม่น้ำสายหลักเพิ่มสูง ล้นตลิ่ง เฝ้าระวัง 22 อ่างเก็บน้ำเกินความจุ เร่งระบายน้ำป้องกันท่วม
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สรุปสถานการณ์น้ำ ภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 30 สิงหาคม 2569 เผยภาพรวมทั่วประเทศมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น และฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก พร้อมออกประกาศฉบับที่ 1/2569 เตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย รับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่งอย่างใกล้ชิด ถึงวันที่ 2 กันยายนนี้
สรุปปริมาณฝนสูงสุดรายภาค (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ส.ค. 69)
- ภาคตะวันออก จ.นครนายก (137 มม.)
- ภาคใต้ จ.พังงา (99 มม.)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.กาฬสินธุ์ (89 มม.)
- ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน (83 มม.)
- ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี (80 มม.)
- ภาคกลาง จ.ลพบุรี (69 มม.)
เตือนภัย 18 จังหวัดเสี่ยง และแม่น้ำสายหลัก เฝ้าระวัง
สทนช. แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงภัยช่วงวันที่ 29 สิงหาคม – 2 กันยายน 2569 ให้เฝ้าระวังดิน โคลนถล่ม น้ำป่าไหลหลาก และระดับน้ำล้นตลิ่งฉับพลัน ดังนี้
พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม-ดินโคลนถล่ม
- ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน, เชียงราย, เชียงใหม่, น่าน, แพร่, พะเยา, เพชรบูรณ์, ตาก, พิษณุโลก
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หนองคาย, บึงกาฬ, นครพนม, สกลนคร, ร้อยเอ็ด
- ภาคตะวันตก กาญจนบุรี
- ภาคตะวันออก จันทบุรี, ตราด
ลุ่มน้ำและแม่น้ำที่ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำล้นตลิ่ง แม่น้ำยวม (แม่ฮ่องสอน), แม่น้ำกก (เชียงราย), แม่น้ำน่าน (น่าน), แม่น้ำเมย (ตาก), แม่น้ำยม (แพร่, สุโขทัย, พิจิตร), แม่น้ำแควน้อยและลำน้ำเฟี้ย (พิษณุโลก), ลำน้ำยัง (ร้อยเอ็ด) รวมถึงการติดตามแนวโน้มระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิด
สถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา
- เขื่อนภูมิพล ปริมาณน้ำ 7,603 ล้าน ลบ.ม. (56%)
- เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณน้ำ 6,872 ล้าน ลบ.ม. (72%)
- เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ปริมาณน้ำ 381 ล้าน ลบ.ม. (41%)
- เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณน้ำ 346 ล้าน ลบ.ม. (40%)
ยกระดับการบริหารจัดการน้ำ เร่งระบายน้ำและแจ้งเตือนภัย
นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการ สทนช. เปิดเผยหลังการประชุมคณะทำงานวิเคราะห์สภาพอากาศและคาดการณ์สถานการณ์น้ำ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ 18 จังหวัดพื้นที่เสี่ยง ว่า สทนช. ได้กำชับการบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็ก 22 แห่งที่มีน้ำเกินความจุ ให้ปรับเกณฑ์การระบายน้ำ รับมือฝนระลอกใหม่ พร้อมตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อน ก่อสร้างทางระบายน้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำทั้งหมด
นอกจากนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับจังหวัด ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีในการบูรณาการช่วยเหลือ และขยายระบบตรวจวัดปริมาณน้ำฝน (โทรมาตร) ให้ครอบคลุมทุกจุดเสี่ยง โดยมีการประชุมติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์วันละ 2 รอบ (07.30 น. และ 16.30 น.)
ทั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสามารถติดตามข้อมูลเรดาร์และกลุ่มฝนล่วงหน้าได้ทางเว็บไซต์ clpp-radar.onwr.go.th เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำได้อย่างทันท่วงที



