อัปเดตไฟป่าพรุควนเคร็ง ล่าสุดลุกลามแล้ว 1,500 ไร่ นครศรีฯ ประกาศเขตภัยพิบัติ 6 หมู่บ้าน มท.3 ลงพื้นที่สั่งตรึงกำลัง ปภ. ระดม ฮ. ดับไฟ 24 ชม.
วันนี้ (30 ส.ค. 69) นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) พร้อมด้วย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นำคณะขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ปภ. KA-32 ลงพื้นที่บินสำรวจจุดเสี่ยงอุทกภัย ในพื้นที่ อ.ขนอม, อ.สิชล, อ.ท่าศาลา พร้อมติดตามสถานการณ์"ไฟป่าพรุควนเคร็ง" อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช อย่างใกล้ชิด
อัปเดตสถานการณ์ไฟป่าพรุควนเคร็ง เสียหายแล้วกว่า 1,500 ไร่
เหตุไฟป่าพรุควนเคร็งปะทุ ขึ้นตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2569 จนถึงปัจจุบัน สร้างความเสียหายแก่พื้นที่ป่าแล้วประมาณ 1,500 ไร่ ส่งผลให้จังหวัดนครศรีธรรมราชประกาศให้พื้นที่หมู่ที่ 1, 3, 6, 8, 9 และ 11 ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย และเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพื่อเร่งจ่ายเงินทดรองราชการฯ ตามระเบียบกระทรวงการคลัง บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่โดยเร็ว
สั่งการ มท.3 ยกระดับ 4 มาตรการรับมือไฟป่า
1. เฝ้าระวังระดับน้ำ ติดตามน้ำผิวดินและน้ำใต้ดินในป่าพรุอย่างใกล้ชิด หากพบระดับน้ำลดต่ำ ให้ประสาน ศูนย์ ปภ. เขต ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเข้าพื้นที่เพื่อรักษาระบบนิเวศทันที
2. สร้างแนวกันไฟและลาดตระเวน ให้ อปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำแนวกันไฟ ตรวจตราพื้นที่เสี่ยงเพื่อป้องกันการเผาหรือปะทุซ้ำ
3. ตรึงกำลังจุดเสี่ยง ประสานสถานีควบคุมไฟป่าทะเลน้อย ตั้งจุดเฝ้าระวัง 7 จุด ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย พร้อมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ 108 นาย
4. เฝ้าระวังหมอกควันข้ามแดน กำชับกลุ่มจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง (ยะลา, ปัตตานี, นราธิวาส) ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวเรื่องการดูแลสุขภาพจากฝุ่นหมอกควัน
ปภ. ระดม ฮ. 3 ลำ รถดับเพลิง 33 คัน เร่งทิ้งน้ำดับไฟแล้วกว่า 1.9 แสนลิตร
ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ. เปิดเผยถึงการบูรณาการความช่วยเหลือว่า ปภ. ได้ร่วมมือกับ 28 หน่วยงานในพื้นที่ ระดมเจ้าหน้าที่กว่า 510 นาย รถดับเพลิงและรถบรรทุกน้ำ 33 คัน พร้อมปฏิบัติการดับไฟตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังได้รับสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จำนวน 3 ลำ จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งบินทิ้งน้ำดับไฟป่าไปแล้วกว่า 222 เที่ยวบิน คิดเป็นปริมาณน้ำรวมกว่า 198,550 ลิตร เพื่อควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนให้ได้โดยเร็วที่สุด



