กรมชลฯ แจงสถานการณ์น้ำอ่างลำตะคอง ปี 69 ยังบริหารจัดการได้ ปริมาณน้ำสูงกว่าปีก่อน คาดสิ้นฤดูฝนนี้ มีน้ำต้นทุน 64% ยันมีน้ำอุปโภคบริโภค พอตลอดฤดูแล้ง
กรมชลประทาน ออกมาชี้แจงกรณีข่าว "อ่างเก็บน้ำลำตะคองเข้าสู่ภาวะน้ำน้อย" ยืนยัน สถานการณ์น้ำ ภาพรวมยังอยู่ภายใต้การบริหารจัดการได้ และมีปริมาณน้ำดีกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568
เทียบสถิติน้ำลำตะคอง ปริมาณน้ำปี 2569 สูงกว่าปี 2568
ข้อมูล ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2569 อ่างเก็บน้ำลำตะคอง มีปริมาณน้ำเก็บกักรวม 103.95 ล้าน ลบ.ม. (33% ของความจุ) และมีปริมาณน้ำใช้การได้ 81.20 ล้าน ลบ.ม. (28%)
เมื่อเปรียบเทียบกับวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่มีปริมาณน้ำเก็บกักเพียง 72.71 ล้าน ลบ.ม. (23%) และน้ำใช้การได้ 49.99 ล้าน ลบ.ม. (17%) พบว่าในปี 2569 นี้ มีปริมาณน้ำเก็บกักมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 31.24 ล้าน ลบ.ม. สะท้อนถึงสถานการณ์น้ำที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ประเมินสถานการณ์น้ำสิ้นสุดฤดูฝน 2569
สำนักงานชลประทานที่ 8 คาดการณ์ว่า ในช่วงฤดูน้ำหลากสูงสุด (กันยายน - ต้นพฤศจิกายน 2569) จะมีน้ำไหลเข้าอ่างฯ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยประเมินว่า ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เมื่อสิ้นสุดฤดูฝน อ่างเก็บน้ำลำตะคองจะมีน้ำต้นทุนสะสมประมาณ 202.27 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 64 ของความจุเก็บกัก
แนวทางการบริหารจัดการน้ำ และการสนับสนุนส่งเสริมการเกษตร
กรมชลประทาน วางแนวทางรับมือและบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับความต้องการของประชาชน ดังนี้
- การอุปโภคบริโภค ยืนยันมีน้ำเพียงพอตลอดฤดูแล้ง ปี 2569/70 โดยยกให้เป็นลำดับความสำคัญแรก
- การสนับสนุนข้าวนาปรัง หากปริมาณน้ำต้นทุนเป็นไปตามคาดการณ์ จะพิจารณาทำแผนจัดสรรน้ำเพื่อการปลูกข้าวนาปรัง เสนอต่อคณะกรรมการจัดการชลประทาน (JMC) ต่อไป
- รับมือปรากฏการณ์เอลนีโญ เฝ้าระวังปัจจัยทางภูมิอากาศใกล้ชิด บริหารจัดการน้ำท้ายอ่างฯ ให้สอดคล้องกับฝนที่ตกในพื้นที่ เพื่อเก็บกักน้ำต้นทุนไว้ให้ได้มากที่สุด



