ปภ. เตือนรับมรสุมระลอกใหม่ 29 ส.ค.-2 ก.ย. เฝ้าระวัง "ฝนแช่" ภาคเหนือตอนบน เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน เร่งยกระดับแจ้งเตือนภัย Cell Broadcast 24 ชม.
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (SAT) กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) สั่งการรับมือมรสุมทวีความรุนแรงช่วงปลายเดือนสิงหาคม เสี่ยงเกิดฝนแช่และน้ำหลากในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน พร้อมย้ำการแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ควบคู่เครือข่ายท้องถิ่นกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อลดความสูญเสีย
เฝ้าระวังฝนแช่ ภาคเหนือตอนบน 29 ส.ค. – 2 ก.ย. 69
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มอบหมายให้ นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย โดยร่วมกับผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศูนย์ ปภ. เขต และสำนักงาน ปภ. จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จากการคาดการณ์สภาพอากาศ พบว่า
- ช่วงวันที่ 27 - 28 สิงหาคม 2569 ปริมาณฝนรวมลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคตะวันออก
- ช่วงวันที่ 29 สิงหาคม - 2 กันยายน 2569 มรสุมจะมีกำลังแรงขึ้น เสี่ยงเกิดสถานการณ์ฝนแช่ (Stationary Heavy Rain) และน้ำตกสะสม จนอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน
- การศึกษาบทเรียนต่างประเทศ ปภ. ให้นำกรณีศึกษาเหตุการณ์น้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากในประเทศเนปาล มาปรับใช้ในการวางแผนป้องกันภัย เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดเหตุในประเทศไทย
ยกระดับระบบแจ้งเตือนภัย Cell Broadcast และผู้นำชุมชน
นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ เปิดเผยว่า การแจ้งเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยข้อมูลแม่นยำจากพื้นที่จริง โดยเน้นย้ำความสำคัญของการประสานงานและการแจ้งเตือนภัยในทุกระดับ
- แจ้งเตือนระดับประเทศ ส่งข้อมูลเตือนภัยล่วงหน้าผ่านระบบ Cell Broadcast ร่วมกับศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
- แจ้งเตือนระดับพื้นที่ ประสานข้อมูลจากกำนันและผู้ใหญ่บ้านโดยตรง
- สื่อสารเข้าถึงประชาชน กระจายข่าวสารผ่านหอกระจายข่าว วิทยุชุมชน และผู้นำชุมชนอย่างทั่วถึง
มาตรการเตรียมพร้อมรับมือและช่วยเหลือผู้ประสบภัย 24 ชั่วโมง
- จังหวัดเสี่ยงภัย ติดตามระดับน้ำ วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะชุมชนลุ่มต่ำ พื้นที่เศรษฐกิจ และสถานที่สำคัญ
- การเตรียมกำลังพล สั่งการศูนย์ ปภ. เขต และจังหวัด จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย ประจำจุดเสี่ยงล่วงหน้าตลอด 24 ชั่วโมง
- การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง วางแผนอพยพ เคลื่อนย้ายสิ่งของ กำหนดเส้นทางปลอดภัย จัดเตรียมถุงยังชีพและศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมใช้งาน
- การฟื้นฟูหลังเกิดภัย กำชับให้เร่งฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐาน และจ่ายเงินชดเชยเยียวยาตามนโยบายรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด



