วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

เกาะติดสถานการณ์น้ำ ชู 'น่านโมเดล' ปภ. เฝ้าระวังน้ำท่วม 37 จังหวัด

ปภ. ประชุม SAT สั่ง 37 จังหวัดภาคเหนือ-อีสาน เฝ้าระวังอุทกภัย ชู "น่านโมเดล" คำนวณมวลน้ำ แจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast พร้อมเร่งฟื้นฟูเยียวยา

วันนี้ (26 ส.ค. 69) ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้มอบหมายให้ นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์  รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) โดยมีนายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้บริหาร ปภ. ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 37  จังหวัดเข้าร่วมประชุม และประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 

นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่ทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายแบบ "พี่ช่วยน้อง" โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้จังหวัดที่อยู่ภายใต้ศูนย์ ปภ. เขต เดียวกัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ช่วยกันกระจายข่าวการแจ้งเตือนภัยให้เข้าถึงประชาชนทุกหลังคาเรือนอย่างทั่วถึง ส่วนพื้นที่ชายฝั่งทะเลให้เฝ้าระวังอย่างเข้มงวดและห้ามออกเรือเมื่อมีประกาศแจ้งเตือน  รวมทั้งได้เน้นย้ำเรื่องการดูแลอาหารและน้ำดื่มแก่ผู้ประสบภัยในศูนย์พักพิงฯ ให้มีคุณภาพ สะอาด เพียงพอ พร้อมให้นำ "น่านโมเดล" ซึ่งเป็นต้นแบบการตั้งศูนย์บัญชาการติดตามมวลน้ำและการแบ่งโซนฟื้นฟูเยียวยาอย่างเป็นระบบ มาปรับใช้ในการบริหารจัดการภัย 
 

สิ่งหนึ่งที่จะเน้นย้ำระยะนี้คือ แม้สภาพอากาศ ช่วงวันที่ 26–29 ส.ค. 69 ปริมาณฝนจะเริ่มลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังพื้นที่ฝั่งตะวันตกและภาคตะวันออก ก่อนที่มรสุมจะมีกำลังแรงขึ้นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนช่วงต้นเดือนกันยายน ทั้งนี้ ปภ. ได้นำโมเดลการคำนวณระยะเวลาการเคลื่อนตัวของมวลน้ำจากลุ่มน้ำน่านมาใช้วิเคราะห์เส้นทางน้ำไหล เพื่อใช้เป็นเกณฑ์แจ้งเตือนพื้นที่ปลายน้ำผ่านระบบ Cell Broadcast ช่วยให้ประชาชนมีเวลาเพียงพอในการยกสิ่งของขึ้นที่สูงและอพยพได้อย่างทันท่วงที

สรุปสถานการณ์อุทกภัยรายพื้นที่

  • ภาคเหนือ (น่าน, พิษณุโลก) สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย เข้าสู่ระยะฟื้นฟู ล้างทำความสะอาดบ้านเรือน และเร่งจ่ายเงินเยียวยา
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อุบลราชธานี) ได้รับผลกระทบจากร่องมรสุมและแม่น้ำโขงหนุนสูง อพยพประชาชนริมน้ำ เร่งผลักดันน้ำออกจากพื้นที่เศรษฐกิจ
  • พื้นที่ฝั่งตะวันตกและภาคตะวันออก ปริมาณฝนลดลงช่วง 26–29 ส.ค. 69 ยังคงต้องเฝ้าระวัง ก่อนมรสุมมีกำลังแรงขึ้นช่วงต้นเดือนกันยายน

 

นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดี ปภ. ยังได้สั่งเน้นย้ำให้ทุกพื้นที่เตรียมความพร้อมและบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยอย่างเข้มข้นภายใต้ระบบบัญชาการเหตุการณ์ที่เป็นเอกภาพ โดยให้จังหวัดที่มีความเสี่ยงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและแจ้งเตือนภัยให้เร็วที่สุดผ่านการประสานศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติเพื่อส่งสัญญาณเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast พร้อมทั้งวางแผนอพยพประชาชนโดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรกและรีบย้ายยานพาหนะขึ้นที่สูง ตลอดจนเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยประจำจุดเสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่กับการจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรองรับผู้ประสบภัย

สำหรับพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ให้บูรณาการทุกภาคส่วนร่วมฟื้นฟูทำความสะอาดบ้านเรือนและพื้นที่สาธารณะ และเร่งซ่อมแซมระบบไฟฟ้าและน้ำประปาให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ นอกจากนี้ ให้เร่งสำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหายทุกด้าน โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยและการเกษตร เพื่อพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือทันที ซึ่งหากงบทดรองราชการไม่เพียงพอให้เร่งขอขยายวงเงินมายัง ปภ. เพื่อให้การบริหารจัดการภัยเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด