วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

กยท. ยกระดับศูนย์เรียนรู้ยางพารา สู่ Smart Learning Center ต้นแบบ 10 จังหวัดอีสานตอนบน

กยท. ผนึก 3 หน่วยงานเกษตร ยกระดับศูนย์เรียนรู้ยางพาราขอนแก่นเป็น Smart Learning Center ใช้เป็นแปลงต้นแบบถ่ายทอดนวัตกรรม “น้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม” หวังลดต้นทุนปุ๋ย เพิ่มผลผลิต และต่อยอดการใช้ในพืชเกษตร ก่อนขยายผลสู่เครือข่าย 33 ศูนย์ใน 10 จังหวัดอีสานตอนบน

KEY POINTS

  • กยท. ผนึก 3 หน่วยงานเกษตร ยกระดับศูนย์เรียนรู้ยางพาราขอนแก่นเป็น Smart Learning Center ใช้เป็นแปลงต้นแบบ
  • แหล่งเรียนรู้ ถ่ายทอดเทคโนโลยี ด้านการเกษตรถ่ายทอดนวัตกรรม “น้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม” หวังลดต้นทุนปุ๋ย เพิ่มผลผลิต และต่อยอดการใช้ในพืชเกษตร
  • ก่อนขยายผลสู่เครือข่ายศูนย์เรียนรู้ยางพารา 33 แห่งใน 10 จังหวัดอีสานตอนบน 

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เดินหน้ายกระดับศูนย์เรียนรู้ยางพาราขอนแก่น อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น สู่ Smart Learning Center แหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง พร้อมใช้เป็นต้นแบบการส่งเสริม “น้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม” สำหรับยางพาราและพืชเกษตรอื่นๆ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต ก่อนขยายผลไปยังเครือข่ายศูนย์เรียนรู้ยางพารา 33 แห่ง ใน 10 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

นายธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษา รมช.เกษตรและสหกรณ์ (นายวัชระพล ขาวขำ) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ยางพารา ประจำปีงบประมาณ 2569 และกิจกรรมบูรณาการนวัตกรรมน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนมของ กยท. ณ ศูนย์เรียนรู้ยางพาราขอนแก่น ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลเป็นรูปธรรม

กิจกรรมดังกล่าวเป็นความร่วมมือของ 3 หน่วยงาน ได้แก่ กยท. องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) และกรมพัฒนาที่ดิน (พด.) โดยนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตร ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาน้ำนมดิบส่วนเกิน ด้วยการนำมาแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม เพื่อใช้เป็นปัจจัยการผลิตทางการเกษตร

แนวทางดังกล่าวจะช่วยลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน และส่งเสริมระบบการผลิตทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาภาคเกษตรอย่างยั่งยืน

นายญาณกิตติ์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ กยท. กล่าวว่า กยท. มุ่งยกระดับศูนย์เรียนรู้ยางพาราขอนแก่นให้เป็น Smart Learning Center ภายใต้แนวคิด “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย” เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรแก่เกษตรกร สถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบกิจการยาง และประชาชนทั่วไป

ภายในศูนย์ฯ จะเปิดพื้นที่ให้ผู้สนใจได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ทดลองใช้นวัตกรรม และนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสวนยางของตนเอง เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม

ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป กยท. จะใช้ศูนย์เรียนรู้ยางพาราขอนแก่นเป็นแปลงสาธิตการใช้น้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม เพื่อเป็นแปลงต้นแบบสำหรับศึกษาและถ่ายทอดองค์ความรู้การนำไปใช้กับยางพาราและพืชชนิดอื่น ก่อนขยายผลไปยังเครือข่ายศูนย์เรียนรู้ยางพาราต้นแบบของ กยท. จำนวน 33 แห่ง ใน 10 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ได้แก่ ขอนแก่น เลย กาฬสินธุ์ หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร

กยท. ยกระดับศูนย์เรียนรู้ยางพารา สู่ Smart Learning Center ต้นแบบ 10 จังหวัดอีสานตอนบน

เกษตรกรสามารถนำองค์ความรู้ดังกล่าวไปประยุกต์ใช้กับยางพารา รวมถึงข้าว พืชไร่ พืชผัก พืชสวน และไม้ผล เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

นอกจากนี้ ศูนย์เรียนรู้ยางพาราขอนแก่นยังมีฐานการเรียนรู้นวัตกรรมอื่นของ กยท. อาทิ การเก็บเกี่ยวผลผลิตยางด้วยนวัตกรรมเอทิลีน การบริหารจัดการน้ำในสวนยางด้วยนวัตกรรมผ้าเคลือบน้ำยางพารา รวมถึงการสร้างรายได้เสริมผ่านระบบจัดการน้ำ เช่น คลองไส้ไก่ส่งน้ำและบ่อผ้าเคลือบน้ำยาง ตลอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวตามแนวทางอารยเกษตร

สำหรับน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม ผ่านการค้นคว้าวิจัยและควบคุมกระบวนการผลิตโดยกรมพัฒนาที่ดิน โดยมีกรดอะมิโนและโปรตีนที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช การแตกใบและยอด รวมถึงช่วยให้รากแข็งแรงและดูดซึมธาตุอาหารได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันยังมีธาตุอาหารหลักและธาตุอาหารรองที่พืชต้องการ ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของพืช

นอกจากนี้ จุลินทรีย์จากกระบวนการหมักยังมีส่วนช่วยปรับสมดุลในดิน เพิ่มอินทรียวัตถุ และส่งเสริมการย่อยสลายสารอินทรีย์ ขณะที่กรดแลคติกที่เกิดจากกระบวนการหมักมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งจุลินทรีย์บางชนิดที่เป็นโทษต่อพืชและดิน จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการส่งเสริมการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กยท. ยกระดับศูนย์เรียนรู้ยางพารา สู่ Smart Learning Center ต้นแบบ 10 จังหวัดอีสานตอนบน

นายญาณกิตติ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้กรมวิชาการเกษตรได้ขึ้นทะเบียนรับรองน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนมที่ กยท. ดำเนินการผลิตตามสูตรของกรมพัฒนาที่ดินแล้ว โดย กยท. เตรียมนำมาส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนยางใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีในสัดส่วน 70:30 ตามแนวทางของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อช่วยลดต้นทุนจากการใช้ปุ๋ยเคมี

นอกจากนี้ กยท. ยังมีแผนต่อยอดน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนมไปผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ชนิดเม็ดที่ได้มาตรฐานตามที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด เพื่อเพิ่มความสะดวกในการนำไปใช้แทนหรือใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีในอนาคต โดยจะใช้แบรนด์ “กยท.” เป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพ

“การนำน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนมมาใช้ในสวนยางพาราและพืชเกษตรอื่นๆ นอกจากจะช่วยส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และลดต้นทุนให้เกษตรกรแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาน้ำนมดิบส่วนเกิน และช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โดยน้ำนมดิบที่เสื่อมคุณภาพและไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการผลิตอาหารได้ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในกระบวนการผลิตน้ำหมักชีวภาพ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้เพิ่มเติมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม จากเดิมที่อาจต้องถูกทิ้ง” รองผู้ว่าการ กยท. กล่าว