วันศุกร์ ที่ 21 สิงหาคม 2569

Login
Login

เช็ก 16 จังหวัด รับมือน้ำท่วม-ดินถล่ม เฝ้าระวัง 12 เขื่อนน้ำน้อย

สทนช. เตือน 16 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม พร้อมเฝ้าระวัง 12 เขื่อนใหญ่ น้ำน้อย เช็กพื้นที่เสี่ยงได้ที่นี่

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานสรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 20 สิงหาคม 2569 พบไทยยังคงมีฝนตกหนักถึงตกหนักมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมออกประกาศเตือน 16 จังหวัด เสี่ยงน้ำหลาก น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม จนถึงวันที่ 21 ส.ค. นี้

เช็กพื้นที่ฝนตกสูงสุดรายภาค ‘น่าน’ อ่วมหนักสุด 254 มม.

จากอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ส่งผลให้มีฝนตกหนักสะสมในหลายพื้นที่ โดยปริมาณฝนสูงสุดแยกตามรายภาค มีดังนี้

  • ภาคเหนือ จ.น่าน (254 มม.)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อุดรธานี (142 มม.)
  • ภาคตะวันออก จ.จันทบุรี (119 มม.)
  • ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี (102 มม.)
  • ภาคใต้ จ.ชุมพร (63 มม.)
  • ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร (45 มม.)

สภาพอากาศและแนวโน้ม สภาพอากาศวันนี้ ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก

สำหรับแนวโน้มในช่วงวันที่ 22 - 25 สิงหาคม 2569 ภาพรวมฝนจะเริ่มลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากร่องมรสุมเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือตอนบน และลาวตอนบน ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย

เตือนภัย 16 จังหวัด พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง-ดินโคลนถล่ม (19–21 ส.ค. 69)

สทนช. ประกาศเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหลากและน้ำท่วมขังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมรสุมมีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้มีฝนตกสะสม ขอให้ประชาชนในเขตชุมชนเมืองระวังน้ำท่วมขังเนื่องจากระบายไม่ทัน รวมถึงพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง ใน 16 จังหวัด ได้แก่

  • ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, แพร่, น่าน, อุตรดิตถ์, ตาก
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หนองคาย, บึงกาฬ, นครพนม, สกลนคร
  • ภาคตะวันออก จันทบุรี, ตราด
  • ภาคตะวันตก กาญจนบุรี

สรุปสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ

ปัจจุบันภาพรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศอยู่ที่ 61% ของความจุเก็บกัก (48,876 ล้าน ลบ.ม.) โดยเป็น ปริมาณน้ำใช้การ 44% (24,754 ล้าน ลบ.ม.) แยกตามรายภาค ดังนี้

  • ภาคตะวันตก ปริมาณน้ำ 20,038 ล้าน ลบ.ม. (71%)
  • ภาคใต้ ปริมาณน้ำ 4,792 ล้าน ลบ.ม. (63%)
  • ภาคเหนือ ปริมาณน้ำ 16,089 ล้าน ลบ.ม. (58%)
  • ภาคตะวันออก ปริมาณน้ำ 1,547 ล้าน ลบ.ม. (49%)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณน้ำ 5,748 ล้าน ลบ.ม. (48%)
  • ภาคกลาง ปริมาณน้ำ 662 ล้าน ลบ.ม. (35%)

จับตา 12 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ น้ำน้อยต่ำกว่า 30%

สทนช. เฝ้าระวังแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำใช้การน้อยกว่า 30% หรือต่ำกว่าระดับควบคุมต่ำสุด (Lower Control Curve) จำนวน 12 แห่ง ได้แก่

  • ภาคเหนือ 3 แห่ง ได้แก่ แม่มอก, แควน้อยบำรุงแดน, ทับเสลา
  • ภาคกลาง 1 แห่ง ได้แก่ กระเสียว
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 แห่ง ได้แก่ อุบลรัตน์, จุฬาภรณ์, ลำตะคอง, มูลบน, ลำนางรอง
  • ภาคตะวันออก 2 แห่ง ได้แก่ คลองสียัด, นฤบดินทรจินดา
  • ภาคตะวันตก 1 แห่ง ได้แก่ ปราณบุรี

นอกจากนี้ ยังมีแหล่งน้ำขนาดกลางที่มีน้ำเก็บกักน้อยกว่า 30% อีกจำนวน 60 แห่ง กระจายอยู่ทั่วประเทศ (ภาคอีสานมากที่สุด 26 แห่ง) อย่างไรก็ตาม สทนช. ยืนยันว่า ปริมาณน้ำในภาพรวมยังคงเพียงพอสำหรับกิจกรรมการใช้น้ำไปจนถึงสิ้นสุดฤดูแล้ง ปี 2569/2570