พ้นความยากจนด้วย “นาเดียวหลายรายได้” กระทรวงเกษตรฯ ดันทำนาข้าวคาร์บอนต่ำ เพิ่มรายได้เกษตรกร 2,300 บาท/รอบ ลุยขายคาร์บอนเครดิตสากล
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้ายกระดับเกษตรกรไทยสู่ผู้นำการเกษตรสีเขียว ขับเคลื่อนโครงการ “นาเดียวหลายรายได้” มุ่งส่งเสริมการทำนาข้าวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Rice) ด้วยการใช้พลังงานสะอาด เทคโนโลยีขั้นสูง และการบริหารจัดการที่ยั่งยืน ช่วยเกษตรกรเพิ่มมูลค่าผลผลิต ลดต้นทุน และสร้างรายได้เสริมสูงสุดถึง 2,300 บาทต่อรอบการผลิต
นายจเด็ศ จันทรา ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับเครือข่ายวิชาการและภาคเอกชน เพื่อผลักดันแนวทางลดการส่งก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม โดยชูนวัตกรรมและเทคนิคสำคัญ อาทิ
- การทำนาแบบเปียกสลับแห้ง (AWD) ช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนในแปลงนา และลดการใช้น้ำ
- แพลตฟอร์ม Rice OS ระบบจัดการข้อมูลเกษตรต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำงานร่วมกับดาวเทียมเพื่อตรวจวัดการลดก๊าซเรือนกระจกแบบเรียลไทม์ ยืนยันมาตรฐานคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงระดับสากล
- ปุ๋ยสั่งตัดตามค่าวิเคราะห์ดิน แม่นยำ ตรงจุด ช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ยและเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต
เปิด 3 กลไกสร้างรายได้เสริม 1,700 - 2,300 บาท/รอบการผลิต
โครงการ นาเดียวหลายรายได้ ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้เกษตรกรพึ่งพาตนเองได้ โดยมี 3 ช่องทางสร้างรายได้เพิ่มเติมนอกเหนือจากการขายข้าวเปลือกตามปกติ
- การขายคาร์บอนเครดิต สร้างมูลค่าเพิ่มจากกระบวนการทำนาคาร์บอนต่ำ ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดโลก
- แปรรูปฟางข้าว งดการเผา รับซื้อฟางข้าวในราคา 1.5 บาท/กิโลกรัม เพื่อนำไปผลิตเป็นพลังงานชีวมวลอัดเม็ดและบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ช่วยลดมลพิษทางอากาศ (PM 2.5)
- ยกระดับข้าวคาร์บอนต่ำสู่ตลาดพรีเมียม เจาะกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างตราสัญลักษณ์การันตีสินค้าลดโลกร้อน
ผนึกกำลัง 6 ฝ่าย เตรียมเซ็น MOU ขยายผลทั่วประเทศ รับมือมาตรการ CBAM
กระทรวงเกษตรฯ อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมร่วมมือกับภาคี 6 ฝ่าย ได้แก่ ภาครัฐ, มหาวิทยาลัย, ศูนย์ข้าวชุมชน, เอกชนผู้ซื้อ, ผู้ผลิต และองค์กรมาตรฐานสากล เพื่อลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในการขยายผลพื้นที่ต้นแบบจากจังหวัดสุพรรณบุรีไปสู่แปลงนาทั่วประเทศ
การปรับตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของห่วงโซ่อุปทานข้าวไทย เพื่อรับมือกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป โดยเฉพาะ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) และกฎระเบียบ PPWR (Packaging and Packaging Waste Regulation) ซึ่งประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินเดีย และสหรัฐฯ ต่างเร่งปรับตัวเช่นกัน การผลักดันมาตรฐานคาร์บอนเครดิตที่ชัดเจนและการทำบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกจะช่วยการันตีตลาดรับซื้อที่แน่นอน นำประเทศไทยมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) อย่างยั่งยืน



