รัฐบาลย้ำ 7 มาตรการ ธอส. ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม 2569 ครอบคลุมลูกหนี้ NPL ชี้กรณีบ้านพังทั้งหลังซ่อมไม่ได้ มีสิทธิพิจารณา “ปลอดหนี้ส่วนอาคาร” พร้อมใช้ภาพถ่ายเคลมสินไหม Fast Track รวมทั้งพักหนี้ และสินเชื่อซ่อมบ้าน
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ออก 7 มาตรการ ช่วยผู้ประสบภัย "น้ำท่วม 2569" ครอบคลุมลูกหนี้ NPL ชี้กรณีบ้านพังทั้งหลังซ่อมไม่ได้ มีสิทธิพิจารณา “ปลอดหนี้ส่วนอาคาร” พร้อมใช้ภาพถ่ายเคลมสินไหม Fast Track รวมทั้งพักหนี้ และสินเชื่อซ่อมบ้าน
วันนี้ (20 สิงหาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ออก “มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปี 2569” รวม 7 มาตรการ ครอบคลุมตั้งแต่การลดภาระหนี้ การพักชำระหนี้ ไปจนถึงสินเชื่อสำหรับซ่อมแซมหรือสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ โดยรัฐบาลขอย้ำว่า ความช่วยเหลือไม่ได้จำกัดเฉพาะลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติ แต่ครอบคลุมถึงลูกค้าที่มีสถานะหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เพื่อช่วยเหลือผู้ที่กำลังเผชิญทั้งความเสียหายจากภัยพิบัติ และภาระทางการเงินในเวลาเดียวกัน
นางสาวลลิดา กล่าวว่า สำหรับลูกหนี้ NPL ที่หลักประกันได้รับความเสียหาย สามารถประนอมหนี้ได้นานสูงสุด 1 ปี 6 เดือน โดยในช่วง 6 เดือนแรกคิดอัตราดอกเบี้ย 0% และไม่ต้องชำระเงินงวด ส่วนลูกหนี้ NPL ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ สามารถประนอมหนี้ได้นานสูงสุด 1 ปี โดยในช่วง 6 เดือนแรกคิดอัตราดอกเบี้ย 0% และชำระเงินงวดเพียงเดือนละ 1,000 บาท ซึ่งเงินงวดดังกล่าวจะนำไปตัดเงินต้นทั้งหมด
“จุดสำคัญที่รัฐบาลต้องการเน้นย้ำคือ หากที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลังและไม่สามารถซ่อมแซมได้ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติหรือลูกหนี้ NPL ธอส. จะพิจารณาปลอดหนี้ในส่วนของราคาอาคารเป็นรายกรณี โดยผู้กู้จะผ่อนชำระต่อเฉพาะหนี้ในส่วนของราคาที่ดินคงเหลือ ซึ่งจะช่วยบรรเทาภาระของประชาชนที่ต้องสูญเสียบ้านจากภัยพิบัติ ไม่ต้องแบกรับภาระหนี้ในส่วนของตัวอาคารที่ไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีกต่อไป” นางสาวลลิดากล่าว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้กู้ที่มีกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยซึ่งมีความคุ้มครองภัยธรรมชาติกับบริษัทประกันภัยที่ธนาคารจัดให้ ธอส. ยังมีช่องทางพิจารณาสินไหมแบบเร่งด่วน หรือ Fast Track โดยผู้เอาประกันสามารถใช้ภาพถ่ายความเสียหายประกอบการแจ้งเคลม และรับค่าสินไหมตามความเสียหายจริงไม่เกิน 20,000 บาท ทั้งนี้ เป็นไปตามรายละเอียดและเงื่อนไขของกรมธรรม์
รัฐบาลจึงแนะนำประชาชนที่ได้รับความเสียหาย และมีกรมธรรม์ที่เข้าเงื่อนไข ให้บันทึกภาพตัวบ้าน รวมถึงบริเวณ และทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายไว้เป็นหลักฐานก่อนเริ่มเก็บกวาดหรือทำความสะอาด หากสามารถดำเนินการได้โดยปลอดภัย เพื่อใช้ประกอบการแจ้งเคลม และช่วยให้กระบวนการพิจารณาสินไหมเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
“รัฐบาลเข้าใจดีว่าสำหรับผู้ประสบภัย การสูญเสียบ้านไม่ได้หมายถึง เพียงความเสียหายของทรัพย์สิน แต่ยังตามมาด้วยภาระค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูชีวิต จึงต้องการให้ประชาชนทราบว่ามีมาตรการรองรับหลายระดับ แม้เป็นลูกหนี้ NPL ก็ยังสามารถขอรับความช่วยเหลือได้ ขอให้ผู้ได้รับผลกระทบติดต่อ ธอส. เพื่อให้ธนาคารพิจารณาความช่วยเหลือที่เหมาะสมกับแต่ละกรณี” นางสาวลลิดา กล่าว
ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถยื่นความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ G H BANK Call Center โทรศัพท์ 0 2645 9000
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





