วันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดน่าน กล่าวว่า ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้าน้ำมาเร็วและไหลแรง จากฝนที่ตกหนักและตกสะสมในพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งจากการประเมินสถานการณ์ในขณะนี้หลายจุดน้ำได้ลดลง เนื่องจากเป็นน้ำป่าที่มาเร็วไปเร็ว แต่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง แต่ทั้งนี้ไม่ประมาทเนื่องจากยังคงมีฝนตกสะสมในพื้นที่ทางตอนเหนืออยู่ ตอนนี้ทุกหน่วยงาน รวมถึงอาสาสมัครกู้ชีพกู้ภัย นำเครื่องจักร อุปกรณ์ เรือ เจ็ตสกี เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่
พร้อมแจ้งเตือนผู้ที่อยู่พื้นที่ลุ่มต่ำอำเภอโซนใต้ ได้แก่ ท่าวังผา, เมืองน่าน, ภูเพียง, เวียงสา ขนย้ายสิ่งของไว้บนที่สูงและไปอยู่ในที่ปลอดภัย เช่น ศูนย์พักพิงที่แต่ละอำเภอจัดเตรียมไว้ให้ พร้อมชาร์จแบตมือถือ เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นในการดำรงชีพ และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด หากมีการอพยพให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และออกจากพื้นที่ทันที ทั้งนี้พี่น้องประชาชนยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไปอีก 2-3 วันข้างหน้า เนื่องจากฝนยังตกในพื้นที่จังหวัดน่านอยู่ต่อเนื่อง
ด่วน! แม่น้ำน่านจ่อล้นตลิ่ง แตะจุดวิกฤต 19.00 น. วันนี้ พื้นที่เสี่ยงเตรียมรับมือ
แจ้งประชาชนชาวจังหวัดน่าน โดยคณะทำงานติดตามสถานการณ์อุทกภัยฯ จังหวัดน่าน คาดการณ์ระดับแม่น้ำน่าน ณ สถานี N1 หน้าสำนักงานป่าไม้ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ฝั่งอำเภอภูเพียง รับได้ 8 เมตร ฝั่งเมืองน่านรับได้ 8.50 เมตร ระดับน้ำจะสูงสุดประมาณ 7.50-8.10 เมตร เวลาประมาณ 19.00 น.ของวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หากมีฝนตกหนัก ขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พื้นที่เสี่ยง ที่ลุ่มต่ำ ให้ย้ายไปอยู่ที่ปลอดภัย
ปภ. อัปเดต น้ำปัวลด มวลน้ำเตรียมไหลสู่ ท่าวังผา-เมืองน่าน-เวียงสา ก่อนลงสู่เขื่อนสิริกิติ์
วันนี้ (19 ส.ค. 69) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่าน ปัจจุบันระดับน้ำในอำเภอปัวลดลง ซึ่ง ปภ. และหน่วยงานด้านการพยากรณ์และด้านบริหารจัดการน้ำได้ร่วมวางแผนรับมือ ทั้งนี้ มวลน้ำจากอำเภอปัว จะไหลไปยังอำเภอท่าวังผา จากนั้นจะไหลเข้าสู่อำเภอเมืองน่าน ก่อนที่จะไหลไปสู่อำเภอเวียงสา และไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งน้ำจากอำเภอปัวจะมีระยะเวลาประมาณ 8-10 ชั่วโมง ก่อนที่จะถึงอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน
ทั้งนี้ ปภ. และพื้นที่ได้ส่งการแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทราบเพื่อเตรียมรับมือล่วงหน้า โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เพื่อให้อพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวและจุดปลอดภัย นอกจากนี้ ให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถและยานพาหนะไปไว้ในที่ปลอดภัย และรับฟังข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัย



