วันพุธ ที่ 2 กันยายน 2569

Login
Login

น่านวิกฤต! ประกาศเขตภัยพิบัติน้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว ครอบคลุม 12 ตำบล

จังหวัดน่านประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินเหตุอุทกภัย-น้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว กระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน เร่งนำเงินทดรองราชการเยียวยาด่วน

จังหวัดน่าน ออกประกาศกำหนดเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เหตุน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อำเภอปัว ครอบคลุม 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน หลังฝนตกหนักสะสม เพื่อเร่งนำเงินทดรองราชการเข้าช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบกระทรวงการคลัง

ล่าสุดวันนี้ (19 ส.ค. 69) นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ปฏิบัติราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้ลงนามในประกาศจังหวัดน่าน เรื่อง เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย และน้ำป่าไหลหลาก) ในพื้นที่อำเภอปัว หลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากฝนตกหนักถึงหนักมากสะสม และร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดเวลา 03.00 น. ของวันเดียวกัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม และดินสไลด์ในหลายจุด

น่านวิกฤต! ประกาศเขตภัยพิบัติน้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว ครอบคลุม 12 ตำบล

พื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน อำเภอปัว รวม 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน

  1. ตำบลเจดีย์ชัย : หมู่ที่ 1 - 9
  2. ตำบลแงง : หมู่ที่ 1 - 7
  3. ตำบลศิลาเพชร : หมู่ที่ 1 - 10
  4. ตำบลภูคา : หมู่ที่ 1 - 14
  5. ตำบลปัว : หมู่ที่ 1 - 8
  6. ตำบลศิลาแลง : หมู่ที่ 1 - 8
  7. ตำบลสถาน : หมู่ที่ 1 - 13
  8. ตำบลไชยวัฒนา : หมู่ที่ 1 - 8
  9. ตำบลวรนคร : หมู่ที่ 1 - 8
  10. ตำบลอวน : หมู่ที่ 1 - 11
  11. ตำบลสกาด : หมู่ที่ 1 - 4
  12. ตำบลป่ากลาง : หมู่ที่ 1 - 7

เร่งเยียวยาความเสียหายตามระเบียบกระทรวงการคลัง

เหตุอุทกภัยครั้งนี้สร้างความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน บ้านเรือนประชาชน พื้นที่การเกษตร ประมง ปศุสัตว์ รวมถึงสิ่งสาธารณประโยชน์ และสถานการณ์ยังไม่ยุติ เนื่องจากเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่สามารถรอการประชุมคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) ได้ทันท่วงที

จังหวัดน่านจึงอาศัยอำนาจตามข้อ 20 วรรคท้าย ของระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2568 ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตให้ความช่วยเหลือฯ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรรงบประมาณและอนุมัติความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยตามหลักเกณฑ์อย่างเร่งด่วน โดยมีระยะเวลาดำเนินการไม่เกิน 3 เดือน นับแต่วันที่เกิดภัย