วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

คุมได้แล้ว! ไฟป่าพรุควนเคร็ง ตรึงกำลังดับควัน-เฝ้าระวังปะทุซ้ำ

อัปเดตสถานการณ์ไฟป่าพรุควนเคร็งล่าสุด คุมเพลิงส่วนใหญ่ได้แล้ว! รมว.สุชาติ สั่งตรึงกำลัง เฝ้าระวังควันและจุดปะทุซ้ำ 24 ชม.

สถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช คลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้น หลัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และหน่วยงานในสังกัด ทส. บูรณาการร่วมกับจังหวัดนครศรีธรรมราช ระดมสรรพกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน

ผู้ว่าฯ นครศรีฯ นำทีมประชุมด่วน บินสำรวจพื้นที่ไฟพรุควนเคร็ง

นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการกองป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า และ นายสุรศักดิ์ อนุสรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) ได้เรียกประชุมด่วนร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ ทั้ง ปลัดจังหวัด, นายอำเภอชะอวด, กอ.รมน., ปภ., สำนักงานชลประทานที่ 15 และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อวางมาตรการรับมือแบบบูรณาการ

ภายหลังการประชุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นำคณะขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจสภาพพื้นที่ทางอากาศ พบว่า พื้นที่ป่าพรุส่วนใหญ่เพลิงสงบและดับสนิทแล้ว ส่วนจุดที่ยังพบกลุ่มควันเป็นจุดไฟตกค้างอยู่ภายในแนวดำ (บริเวณรอบข้างดับหมดแล้ว) นอกจากนี้ ยังพบจุดปะทุใหม่ขนาดเล็ก 2 จุด ซึ่งชุดปฏิบัติการภาคพื้นดินได้เข้าดับไฟเรียบร้อยแล้ว

สนธิกำลังเฮลิคอปเตอร์ 3 ลำ ทิ้งน้ำดับไฟป่าภาคอากาศ

เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟป่าพรุควนเคร็งลุกลามซ้ำซ้อน ปฏิบัติการครั้งนี้ได้บูรณาการการทำงานทางอากาศอย่างเข้มข้น โดยส่งเฮลิคอปเตอร์เข้าร่วมปฏิบัติการรวม 3 ลำ ได้แก่

  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 1 ลำ
  • กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จำนวน 1 ลำ
  • กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จำนวน 1 ลำ

เฮลิคอปเตอร์ทั้ง 3 ลำ ได้บินปฏิบัติภารกิจตักน้ำโปรยสกัดจุดที่มีควันไฟหลงเหลืออย่างต่อเนื่อง ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดเดินเท้ายังคงตรึงกำลังเฝ้าระวังและเข้าเคลียร์พื้นที่ทันทีที่พบความผิดปกติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่

รู้จัก "ป่าพรุควนเคร็ง" พื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่

ป่าพรุควนเคร็ง เป็นระบบนิเวศป่าพรุที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย (รองจากป่าพรุโต๊ะแดง จ.นราธิวาส) โดยเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติทางภาคใต้ของไทย

อาณาเขตและลักษณะทางภูมิศาสตร์

ป่าพรุควนเคร็ง มีเนื้อที่รวมกว่า 190,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอใน จ.นครศรีธรรมราช (เชียรใหญ่, เฉลิมพระเกียรติ, ร่อนพิบูลย์, ชะอวด, หัวไทร) และบางส่วนเชื่อมต่อกับ จ.พัทลุง และ จ.สงขลา

โดยป่าพรุควนเคร็ง เป็นพื้นที่ราบลุ่มรองรับน้ำ มีลักษณะเป็นชั้นดินพีต (Peat) เกิดจากการทับถมของซากพืชและซากสัตว์ที่ย่อยสลายไม่สมบูรณ์ใต้ชั้นน้ำมานานหลายร้อยปี

ความสำคัญทางระบบนิเวศและเศรษฐกิจชุมชน

  • แหล่งกักเก็บคาร์บอน (Carbon Sink) ดินพรุเก็บสะสมคาร์บอนไว้ปริมาณมหาศาลเพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน
  • ฟองน้ำธรรมชาติติดลุ่มน้ำ ทำหน้าที่ชะลอน้ำท่วมและกักเก็บน้ำหวานในหน้าแล้ง
  • วิถีชีวิตและ "ต้นกระจูด" เป็นแหล่งกำเนิดพืชเศรษฐกิจสำคัญอย่าง กระจูด ซึ่งชาวบ้านนำมาจักสานเป็นผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน สร้างรายได้เลี้ยงชีพมาหลายชั่วอายุคน

สาเหตุที่ไฟไหม้ป่าพรุรุนแรงและดับยาก

  • ลักษณะไฟกึ่งใต้ดิน (Ground Fire) เมื่อเกิดไฟไหม้ ไฟไม่ได้ติดแค่บนพื้นผิว แต่มักจะไหม้ลึกลงไปในชั้นซากพืชแห้งใต้ดิน ทำให้คุกรุ่นอยู่ข้างล่าง มองไม่เห็นจากด้านบน และปะทุขึ้นมาใหม่ได้ง่าย
  • ระดับน้ำลดลง ในช่วงฤดูแล้งหรือเมื่อมีการระบายน้ำออกจากพรุเพื่อทำทำการเกษตร ดินพรุจะแห้งกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี
  • ปัจจัยจากมนุษย์ ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาเพื่อหาของป่า ลักลอบจับสัตว์ หรือบุกรุกพื้นที่ทางการเกษตร