เปิดโปง ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ทลายเครือข่ายบิลผี ทวงคืนภาษีชาติ ความเสียหายกว่า 360 ล้าน กลุ่มผู้กระทําความผิดได้จัดตั้งบริษัท เพื่อขายใบกํากับภาษี แบ่งหน้าที่กันทําขบวนการ บุกค้นบริษัท 10 จุด กรุงเทพ นนทบุรี สมุทรปราการ นครราชสีมา ชัยภูมิ
กรณีตำรวจทลายเครือข่ายบิลผี ทวงคืนภาษีชาติ ความเสียหายกว่า 360 ล้าน กลุ่มผู้กระทําความผิดได้จัดตั้งบริษัท เพื่อขายใบกำกับภาษี แบ่งหน้าที่กันทําขบวนการ ตรวจค้น 10 จุด กรุงเทพ นนทบุรี สมุทรปราการ นครราชสีมา ชัยภูมิ
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) แถลงผลการปฏิบัติ : เปิดปฏิบัติการ “Anti Ghost Bill ทลายเครือข่ายบิลผี ทวงคืนภาษีชาติ” ความเสียหายกว่า 360 ล้านบาท
กรมสรรพากร ร่วมมือกับ บก.ปอศ. บุกจับบริษัทที่ออกและใช้ใบกํากับภาษีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มูลค่าความเสียหายกว่า 360 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 กรมสรรพากร ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทํา ความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้เข้าตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการออกและใช้ ใบกํากับภาษีที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จํานวน 10 แห่ง มีมูลค่าความเสียหายกว่า 360 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น ได้ยึดเอกสารใบกํากับภาษีที่ออกโดยไม่มีสิทธิที่จะออกตามกฎหมาย และจับกุม ผู้กระทําความผิดได้ สถานที่ตรวจค้นในความผิดฐาน “ร่วมกันมีเจตนาออกใบกํากับภาษีโดยไม่มีสิทธิ ที่จะออก” อันเป็นความผิดตามมาตรา ๙๐/๔ (๓) แห่งประมวลรัษฎากร
สําหรับพฤติการณ์ สืบเนื่องมาจาก การตรวจสอบของกรมสรรพากร พบว่า กลุ่มผู้กระทําความผิดได้จัดตั้งบริษัทเพื่อประกอบกิจการ ซึ่งมีทั้งที่ประกอบกิจการจริง และตั้งขึ้นมาเพื่อขายใบกํากับภาษี โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทําในลักษณะขบวนการ
มีตัวกลางเป็นนายหน้าหาลูกค้าเพื่อขายใบกํากับภาษี และมีการสร้างบัญชีม้าเพื่อรับเงิน โดยกรมสรรพากร ร่วมกับ บก.ปอศ. จัดแถลงข่าวความร่วมมือดังกล่าว ในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่กองบังคับการปราบปราม การกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.)
ทั้งนี้ การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการกําลังของเจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.6 บก.ปอศ. และเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร จํานวนรวมกว่า 900 นาย เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายบิลผี ทวงคืน ภาษีชาติ หรือ Operation Anti Ghost Bill”
เข้าจับกุมกลุ่มเครือข่ายที่ได้ร่วมกระทําความผิดดังกล่าว โดยเข้าดําเนินการตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา จํานวน 3 หมาย ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และนครราชสีมา
และตรวจค้นเพื่อหาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามหมายค้นอีก จํานวน 9 หมาย พื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และชัยภูมิ โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้น ทั้ง 10 จุด ในเวลาพร้อมเพรียงกันทุกจุด
อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า จากการตรวจค้นทั้ง ๑๐ แห่ง พบใบกํากับภาษีและ เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทําความผิดจํานวนมาก ซึ่งการกระทําดังกล่าวเป็นการทําลายระบบ ภาษีมูลค่าเพิ่มและสร้างความเสียหายให้แก่รัฐเป็นอย่างมาก โดยผู้ที่ออกและใช้ใบกํากับภาษีโดยไม่มีการ ซื้อขายสินค้าระหว่างกันจริง ต้องรับผิดทางแพ่งและมีโทษทางอาญา โดยกรณีการออกใบกํากับภาษี โดยไม่มีมีสิทธิที่จะออกตามมาตรา ๘๖/๑๓ แห่งประมวลรัษฎากร เป็นความผิดอาญาตามมาตรา ๙๐/๔ (๓) แห่งประมวลรัษฎากร และกรณีนําใบกํากับภาษีที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายไปใช้ในการเครดิตภาษี เป็นความผิดอาญาตามมาตรา ๙๐/๔ (๒) แห่งประมวลรัษฎากร ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่สามเดือน ถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองแสนบาท




