สทนช. เตือนรับมือฝนตกหนักถึง 16 ส.ค. 69 พร้อมเปิดเช็กลิสต์ 14 อ่างเก็บน้ำใหญ่น้ำน้อยต่ำกว่า 30% เช็กเลยพื้นที่ไหนต้องเฝ้าระวัง!
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานสรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 12 สิงหาคม 2569 พบว่า สภาพอากาศและปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลายพื้นที่ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดจากอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
สภาพอากาศและฝนตกหนักรายภาค
จากรายงานสถานการณ์ฝนสูงสุดรายภาค พบว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในภาคเหนือมีปริมาณฝนสะสมสูงสุดถึง 103 มิลลิเมตร ขณะที่ภาคใต้ จ.ปัตตานี วัดได้ 46 มม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อุดรธานี 43 มม. ภาคตะวันออก จ.ตราด 30 มม. ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี 30 มม. และภาคกลาง จ.ชัยนาท 13 มม.
สำหรับสภาพอากาศวันนี้ ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบน ประเทศลาวตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ผสานกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง
นอกจากนี้ สทนช. คาดการณ์ช่วงวันที่ 13 – 16 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยจะมีฝนตกหนักบางแห่งครอบคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก
สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ
ภาพรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ปัจจุบันอยู่ที่ 47,108 ล้านลูกบาศก์เมตร (58% ของความจุเก็บกัก) โดยเป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 22,985 ล้าน ลบ.ม. (41%) ซึ่งเมื่อแยกตามรายภาค มีรายละเอียดดังนี้
- ภาคตะวันตก ปริมาณน้ำ 19,056 ล้าน ลบ.ม. (67%)
- ภาคใต้ ปริมาณน้ำ 4,779 ล้าน ลบ.ม. (62%)
- ภาคเหนือ ปริมาณน้ำ 15,353 ล้าน ลบ.ม. (55%)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณน้ำ 5,853 ล้าน ลบ.ม. (48%)
- ภาคตะวันออก ปริมาณน้ำ 1,488 ล้าน ลบ.ม. (47%)
- ภาคกลาง ปริมาณน้ำ 589 ล้าน ลบ.ม. (31%)
น้ำ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา
ปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณสะสมตามลำดับ ได้แก่ เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำ 5,770 ล้าน ลบ.ม. (61%) และเขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำ 7,151 ล้าน ลบ.ม. (53%) ส่วนเขื่อนที่มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย ได้แก่ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีปริมาณน้ำ 267 ล้าน ลบ.ม. (28%) และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำ 190 ล้าน ลบ.ม. (22%)
เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่-กลาง ปริมาณน้ำต่ำกว่า 30%
สทนช. ประกาศเฝ้าระวังแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำใช้การน้อยกว่า 30% หรือต่ำกว่าระดับควบคุมต่ำสุด (Lower Rule Curve) จำนวน 14 แห่ง ได้แก่
- ภาคเหนือ แม่มอก, ทับเสลา, แควน้อยบำรุงแดน
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุบลรัตน์, น้ำพุง, จุฬาภรณ์, ลำตะคอง, มูลบน
- ภาคกลาง ป่าสักชลสิทธิ์, กระเสียว
- ภาคตะวันออก คลองสียัด, นฤบดินทรจินดา
- ภาคตะวันตก วชิราลงกรณ, ปราณบุรี
ขณะเดียวกัน มีแหล่งน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำเก็บกักน้อยกว่า 30% อีกจำนวน 60 แห่ง กระจายอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 27 แห่ง, ภาคตะวันตก 12 แห่ง, ภาคตะวันออก 9 แห่ง, ภาคเหนือ 5 แห่ง, ภาคกลาง 4 แห่ง และภาคใต้ 3 แห่ง อย่างไรก็ตาม สทนช. ยืนยันว่าปริมาณน้ำคงเหลือในปัจจุบันยังเพียงพอสำหรับกิจกรรมการใช้น้ำไปจนถึงสิ้นสุดฤดูแล้ง ปี 2569/2570



